รวมไอเทม ครีมกันแดดทาหน้า ของ Heliocare

ครีมกันแดดทาหน้า

[vc_row css_animation=”” row_type=”row” use_row_as_full_screen_section=”no” type=”full_width” angled_section=”no” text_align=”left” background_image_as_pattern=”without_pattern” css=”.vc_custom_1693478790415{margin-bottom: 40px !important;}” z_index=””][vc_column][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=””][vc_column_inner][vc_column_text]

 

“รวมไอเทม ครีมกันแดดทาหน้า ของ Heliocare

 

ใครที่กำลังมองหา ครีมกันแดดทาหน้า ยี่ห้อไหนดีและสูตรไหนที่เหมาะกับผิวเรา การเลือกกันแดดนอกจากจะเลือกที่มีค่าการปกป้องผิวจากแสงได้ดีแล้ว ต้องเลือกที่เหมาะกับผิวของเราด้วย เพราะสภาพผิวของแต่ละคนก็มีลักษณะและปัญหาของผิวที่แตกต่างกันออกไป วันนี้จะมาแนะนำแบรนด์ผลิตภัณฑ์กันแดดของ HELIOCARE ที่มีการพิสูจน์ด้วยงานวิจัยทางการแพทย์ วารสารการแพทย์มากกว่า 80 ฉบับ ด้วยนวัตกรรม Fernblock Technology สารสกัดจากเฟิร์น Polypodium Leucotomos พร้อมด้วยระบบของสารกันแดดทรงประสิทธิภาพ ช่วยปกป้องผิวจากทุกรังสี ได้แก่ ยูวีเอ ยูวีบี แสงสีฟ้า และรังสีอินฟราเรด ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานผิวต่อแสงแดด ซ่อมแซมเซลล์และดีเอ็นเอที่ถูกแสงแดดทำลาย ต่อต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ช่วยลดจุดด่างดำ และต้านความชราอันเกิดจากแสงแดดเป็นตัวกระตุ้น ต่อต้านมลภาวะ รวมถึง PM2.5 ผลิตภายใต้มาตรฐาน GMP ยาของยุโรป โดยบริษัท IFC ประเทศสเปน 

 

ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงแสงแดด สภาพอากาศ มลพิษของเมืองไทยได้ และนี้คือตัวการที่ทำลายผิวเราโดยไม่รู้ตัว เช่น ผิวหมองคล้ำ ผิวไหม้แดด มีริ้วรอย รวมไปถึงฝา กระ ที่จะตามมาในอนาคต สิ่งสำคัญที่ทุกคนควรทำเป็นประจำคือการป้องกันแสงแดดด้วยครีมกันแดดที่ตอบโจทย์กับผิว

 

8 สูตรครีมกันแดดทาหน้าแบรนด์ HELIOCARE

 

สูตรที่ 1 Heliocare Fluid Cream SPF50+PA++++

 

ครีมกันแดดทาหน้า

 

เหมาะสำหรับคนผิวแห้ง – ผิวธรรมดา

สูตรนี้เนื้อชุ่มชื่น เพิ่มความฉ่ำน้ำให้ผิว ปกป้องผิวจากรังสี UV แสงแดด แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ มือถือ และรังสีอินฟาเรด ปกป้องผิวครบทุกรังสี

Invisible skin feel เนื้อนุ่ม เกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ

ไม่อุดตัน ไม่มีส่วนผสมของสารกันเสีย

สารสกัดจากธรรมชาติ Fernblock plus ปกป้องผิวจากแสงตั้งแต่ระดับ DNA ต้านอนุมูลอิสระ สาเหตุของริ้วรอย เหี่ยวย่น ฝ้ากระ

มีสารสกัดจากชาเขียว, วิตามิน C และวิตามิน E วิตามินที่ทำให้ผิวกระจ่างใส

ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ (anti-oxidant) และสาร Roxisomes ช่วยกันแดดจนถึงระดับ DNA

 

 

สูตรที่ 2 Heliocare 360 Airgel SPF50+PA++++

 

ครีมกันแดดทาหน้า

 

กันแดดเนื้อมูสโฟมนุ่มลื่น ซึมผ่านผิวง่าย เกลี่ยง่าย เนื้อบางเบา Innovative foaming mousse

เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ควบคุมความมัน ป้องกันการเกิดสิว ไม่อุดตัน ไม่มีส่วนผสมของสารกันเสีย

ปกป้องผิวจากรังสี UV แสงแดด แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ มือถือ และรังสีอินฟาเรด ปกป้องผิวครบทุกรังสี

สารสกัดจากธรรมชาติ Fernblock plus ปกป้องผิวจากแสงตั้งแต่ระดับ DNA ต้านอนุมูลอิสระสาเหตุของริ้วรอย เหี่ยวย่น ฝ้ากระ

สารสกัดจากชาเขียว และ วิตามิน C, E วิตามินที่ทำให้ผิวกระจ่างใส ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ (anti-oxidant)

สาร Roxisomes ควบคุมความมันป้องกันไม่ให้ผิวหน้ามันเงา เนื้อ Matte effect, Phytosphingosines ป้องกันการเกิดสิว ลดการอักเสบ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดสิว

 

 

สูตรที่ 3 Heliocare 360 Gel Oil – Free SPF50 PA++++

 

ครีมกันแดดทาหน้า

 

ตัวนี้เหมาะมากสำหรับคนเป็นสิว เนื่องจากเป็นกันแดดสูตรรักษาสิว ลดการอักเสบ ลดการอุดต้น

เนื้อสัมผัสบางเบา ปกป้องผิวจากรังสี UV แสงแดด แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ มือถือ และรังสีอินฟาเรด ปกป้องผิวครบทุกรังสี

สารสกัดจากธรรมชาติ Fernblock plus ปกป้องผิวจากแสงตั้งแต่ระดับ DNA ต้านอนุมูลอิสระสาเหตุของริ้วรอย เหี่ยวย่น ฝ้ากระ

ฟื้นฟูและซ่อมแชมเชลล์ผิว ลดสิวโดยตรง, ฆ่าเชื้อสิว, ลดการอักเสบของผิวและลดรอยแดง เหมาะกับผิวมันและผิวผสม ควบคุมความมันสูงสุด

 

 

สูตรที่ 4 Heliocare 360 Water Gel SPF50 PA++++

 

ครีมกันแดดทาหน้า

 

กันแดดเจลน้ำ เนื้อบางเบา เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว แม้ผิวขาคความชุ่มชื้น

มีคุณสมบัติกันน้ำ ไม่อุดตัน ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีสารกันเสีย ได้รับการรับรองโดยจักษุแพทย์ว่าไม่ระคายเคืองตา

Bioshield System ปกป้องผิวจากแสงครบทุกรังสี (UVA, UVB, SPF50+ PA+++, HEVL, IR-A)

ปกป้องและซ่อมแซมผิวถึงระดับเซลล์และ DNA ด้วย Fernblock – Powerful Photoimmunoprotection

Fernblock plus+ ต้นอนุมูลอิสระ สาเหตุของริ้วรอยเหี่ยวย่น ฝ้า กระ

เทคโนโลยีการกักเก็บรักษาเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว (Cutaneous Release Hydration System)

ปกป้องผิวจากมลภาวะ (Anti-Pollution Activiy) PM2.5 ด้วย “Biological Cellular Protection”

 

 

สูตรที่ 5 Heliocare 360 Pediatrics Mineral SPF50+ PA++++

 

ครีมกันแดดทาหน้า

 

กันแดดสูตรอ่อนโยน ใช้ได้ตั้งแต่ทารกอายุ 3 เดือนขึ้นไป ผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายมาก, ผื่นผิวหนัง

สามารถใช้กับผิวหน้าและผิวกาย ปกป้องผิวจากแสง UVA, UVB, แสงสีฟ้า และความร้อน ด้วย 100% Mineral Filters

อ่อนโยนเหมาะกับทุกสภาพผิว ไม่ระคายเคืองตา รับรองโดยแพทย์ผิวหนัง, กุมารแพทย์, จักษุแพทย์

สูตรกันน้ำ กันทราย เหมาะสำหรับทุกกิจกรรมของลูกน้อย เพื่อปกป้องผิวที่มากยิ่งขึ้น โลชั่นกันแดดเนื้อนุ่มดุจใยไหม เนื้อบางเบา เกลี่ยง่ายไม่เหนอะหนะ

ปกป้องเซลล์ผิวอันบอบบางด้วย Genoprotect®

ช่วยปกป้องเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวด้วย Niacinamide2%

ปกป้องผิวจากมลภาวะ (Anti-Pollution Activity) PM2.5 ด้วย Fernblock plus + Protection

 

 

สูตรที่ 6 Heliocare 360 Pigment Solution Fluid SPF50 PA++++

 

ครีมกันแดดทาหน้า

 

กันแดดลดฝ้า ป้องกันผิวหน้าจากการถูกทำลายโดยแสงแดด และลดจุดด่างดำ เช่น ฝ้า กระ

เพิ่มความขาว กระจ่างใส ปกป้องผิวจากแสง UVA, UVB, แสงสีฟ้า และความร้อน

เนื้อครีมละเอียด เนื้อสัมผัสบางเบา นุ่มดุจใยไหม เนื้อครีมซึมเร็ว ให้สีเนียนไปกับผิว

กันน้ำ กันเหงื่อ ไม่ระคายเคืองดวงตา ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน ไม่เกิดสิว

เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายและผู้มีโอกาสเกิดรอยคล้ำ ฝ้า กระ ได้ง่าย มีนวัตกรรมสารยับยั้งการสร้างเม็ดสีด้วย Niacinamide, Ellagic

ปกป้องเซลล์ผิว ซ่อมแซม DNA ด้วย Glycosylase วิตามิน E ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องผิวจากมลภาวะ PM2.5 ด้วยนวัตกรรม Biopolymer Net และ Iron Oxide

ปรับสีผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ลดรอยดำ

 

 

สูตรที่ 7 Heliocare 360 Age Active Fluid SPF50 PA++++

 

ครีมกันแดดทาหน้า

 

ผลิตภัณฑ์กันแดดสูตรลดเลือนริ้วรอย ช่วยป้องกันผิวที่ถูกทำลายโดยแสงแดด

ปกป้องผิวปกป้องผิวจากแสง UVA, UVB, แสงสีฟ้า และความร้อน

ช่วยบำรุงผิวหน้าให้เรียบเนียน นุ่มชุ่มชื้น เนื้อครีมละเอียด นุ่ม เกลี่ยง่าย เหมาะสำหรับผิวแห้ง ผิวขาดความชุ่มชื้น

นวัตกรรมลดเลือนริ้วรอยชะลอวัยด้วย Triple Antiaging Complex ประกอบไปด้วย Hyalulonic acid, Serine และ Trehalose

ปกป้องเซลล์ผิว ซ่อมแซม DNA ด้วย Glycosylase วิตามิน E ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ

ลดเลือนริ้วรอยด้วย Soft Focus Complex ปกป้องผิวจากมลภาวะ PM2.5 ด้วยนวัตกรรม Biopolymer Net

 

 

สูตรที่ 8 Heliocare Ultra Gel SPF50+

 

ครีมกันแดดทาหน้า

 

เจลกันแดดรักษาสิวเนื้อบางเบา ไม่ทำให้เกิดสิว ไม่อุดตัน เกลี่ยง่าย มี SPF สูงถึง 90

เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ผิวแพ้ง่าย ผิวหลังทำเลเซอร์ ผิวมัน ผิวเป็นสิว เหมาะสำหรับใช้ในวันที่ออกแดดแรงๆ โดนแดดจัด

ช่วยรักษาสิว ไม่ทำให้เกิดสิว เนื้อเกลี่ยง่าย ไม่เหนอะหนะ มี Fernblock Extract ป้องกันได้ทั้ง UVA UVB จากการสกัดเฟิร์นธรรมชาติ

ปกป้องแสงแดดระดับภายในเซลล์ สารสกัดจากชาเขียว ลดการอักเสบ ต่อต้านอนุมูลอิสระ

 

Heliocare มีกันแดดทาหน้ามากถึง 8 สูตร กันแดดมีความสำคัญมากควรทาเป็นประจำ หากไม่ทากันแดดเป็นประจำอาจเกิดผิวไหม้ เนื่องจากเซลล์ผิวถูกทำลาย

สีผิวหมองคล้ำ ผิวขาดความสม่ำเสมอ ใบหน้าเกิดริ้วรอยดูเป็นคนมีอายุ หรือที่เรียกว่า ผิวแก่ก่อนวัย เพราะในแสงแดดมีรังสีอัลตราไวโอเลต หรือที่เรียกกันว่ารังสี UV ที่ทำร้ายผิว

ทั้งกระตุ้นให้เกิดเมลานินหรือเซลล์สีผิว ทำให้ผิวคล้ำ เป็นกระ เป็นฝ้า และยังทำให้ผิวแห้ง เหี่ยวย่น ไม่สดใส และยังอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย

การทาครีมกันแดด จึงเป็นวิธีลดความเสี่ยงดังกล่าว กันแดดเป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญมาก และควรทาให้เป็นกิจวัตรประจำวัน เพราะผลเสียที่หนักที่สุดอาจจะลุกลามไปจนถึงปัญหาสุขภาพอย่างมะเร็งผิวหนังเลยค่ะ และกันแดดที่ทาก็ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาผิวเฉพาะบุคคลด้วย เพื่อการปกป้องและฟื้นฟูได้อย่างตรงจุด

 

ผิวเหี่ยวแก่ ก่อนวัย เกิดริ้วรอย ร่องลึก

ผิวเหี่ยวแก่

[vc_row css_animation=”” row_type=”row” use_row_as_full_screen_section=”no” type=”full_width” angled_section=”no” text_align=”left” background_image_as_pattern=”without_pattern” css=”.vc_custom_1693478790415{margin-bottom: 40px !important;}” z_index=””][vc_column][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=””][vc_column_inner][vc_column_text]

 

“ผิวเหี่ยวแก่ ก่อนวัย เกิดริ้วรอย ร่องลึก

 

ผิวเหี่ยวแก่ เกิดจากอะไร

หลายคนคงประสบปัญหาผิวหน้าที่ไม่กระชับ ขาดความยืดหยุ่น และผิวไม่สามารถรับมือกับสภาพมลภาวะต่างๆ ได้ดีเหมือนเก่า ผิวเหี่ยวแก่ เป็นปัญหาที่หลายคนกังวล เพราะทำให้ใบหน้าดูไม่สดใส อ่อนเยาว์ และขาดความมั่นใจ ซึ่งสาเหตุของผิวเหี่ยวแก่เกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากภายในและภายนอก บทความนี้จะพูดถึง

 

  •         ผิวเหี่ยวแก่ คืออะไร

  •        ปัจจัยที่ทำให้เกิดผิวเหี่ยวแก่

  •        วิธีป้องกันและลดเลือนริ้วรอย

 

เรามาเริ่มกันที่คำว่า “ผิวเหี่ยวแก่” คือการที่ผิวของเรามีร่องรอย หรือริ้วรอย อาจสังเกตได้ถึงสภาพผิวที่เปลี่ยนแปลง ริ้วรอยบนใบหน้า ความแก่ของผิวหนังที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยภายในร่างกายและปัจจัยภายนอกร่วมกัน โดยปัจจัยภายในมาจากการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวและเนื้อเยื่อที่เป็นไปตามวัย ส่วนปัจจัยภายนอกมาจากสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการได้รับรังสียูวีจากแสงแดดที่ทำให้ผิวแห้ง บางลง มีริ้วรอยจนทำให้หน้าแก่ได้

 

 

ปัจจัยที่ทำให้เกิด ผิวเหี่ยวแก่

  1. อายุที่เพิ่มขึ้น
    เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวจะลดลง ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและความกระชับ จึงเกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยได้ง่าย 
  2. แสงแดด
    แสงแดดเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวเหี่ยวแก่ก่อนวัย เพราะมีทั้งรังสี UVA และ UVB ทำลายคอลลาเจนในผิวให้แห้งเหี่ยว หยาบกร้านและคล้ำเสีย บางคนได้กระฝ้าตามมาอีกด้วย 
  3. แสงสีฟ้า Blue light
    แสงสีฟ้า เข้าไปทำลายคอลลาเจนชั้นใต้ผิว เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วจนผิวหย่อนคล้อย ดูแก่ก่อนวัย และกระตุ้นการเกิดเม็ดสีเมลานินที่ทำให้จุดด่างดำ ฝ้า กระฝังลึกเม็ดสีชัดมากขึ้น และทำให้ผิวมันขาดสมดุล 
  4. มลพิษทางอากาศ ฝุ่น PM 2.5
    มลภาวะต่างๆ เช่น ควันรถ ควันบุหรี่ และสารเคมีต่างๆ สามารถทำร้ายผิวและทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ 
  5. การสูบบุหรี่
    การสูบบุหรี่จะทำให้ผิวเหี่ยวแก่ก่อนวัย เพราะสารพิษในบุหรี่จะทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว 
  6. การดื่มแอลกอฮอล์
    การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปจะทำให้ผิวขาดน้ำและสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้น จะทำให้เกิดการปลดปล่อยของเหลวออกมา ทั้งในรูปแบบปัสสาวะ และขับสารอาหารสำคัญอื่นๆ ออกมาอีกด้วย เมื่อมีของเหลวออกจากร่างกายมากเกินไป ทำให้ผิวแห้งโทรม 
  7. ความเครียด
    ความเครียดจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งจะไปทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ทำให้ผิวเหี่ยวแก่ได้ง่ายขึ้น 
  8. การนอนหลับไม่เพียงพอ
    การนอนหลับไม่เพียงพอจะทำให้ผิวไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ และยังทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งจะไปทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ทำให้ผิวเหี่ยวแก่ได้ง่ายขึ้น 
  9. การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์
    การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เช่น อาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง และอาหารแปรรูป จะทำให้ผิวขาดสารอาหารที่จำเป็น และทำให้ผิวเหี่ยวแก่ได้ง่ายขึ้น 
  10. การไม่ดูแลผิว
    การไม่ดูแลผิวอย่างถูกต้อง เช่น ไม่ทาครีมกันแดด ไม่ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ และไม่ทำความสะอาดผิวอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น และเกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้น 
  11. กรรมพันธุ์
    กรรมพันธุ์ก็มีส่วนทำให้ ผิวเหี่ยว แก่ได้ โดยเฉพาะริ้วรอยบางประเภท เช่น รอยตีนกา และริ้วรอยบริเวณหน้าผาก

 

วิธีป้องกันและลดเลือนริ้วรอย

มีวิธีป้องกันและลดเลือนริ้วรอยได้หลายวิธี ดังนี้

  1. ทาครีมกันแดดทุกวัน
    การทาครีมกันแดดทุกวันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสียูวี ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง 
  2. ใช้มอยส์เจอไรเซอร์
    การใช้มอยส์เจอไรเซอร์จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและลดเลือนริ้วรอยได้ ควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิว และทาเป็นประจำทุกวัน 
  3. ทำความสะอาดผิวอย่างสม่ำเสมอ
    การทำความสะอาดผิวอย่างสม่ำเสมอจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกและสารพิษออกจากผิว และยังช่วยให้ผิวได้รับสารอาหารจากผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้ดียิ่งขึ้น 
  4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
    การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยให้ผิวได้รับสารอาหารที่จำเป็น และช่วยให้ผิวแข็งแรงและมีสุขภาพดี ควรรับประทานผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ เป็นประจำ 
  5. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
    การดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและลดเลือนริ้วรอยได้ ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน 
  6. นอนหลับให้เพียงพอ
    การนอนหลับให้เพียงพอจะช่วยให้ผิวได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และยังช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยได้ 
  7. ลดความเครียด
    การลดความเครียดจะช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยได้ ควรหาเวลาผ่อนคลายและทำกิจกรรมที่ชอบเป็นประจำ 
  8. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์
    การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ผิวเหี่ยวแก่ก่อนวัย ควรหลีกเลี่ยงหรือลด ละ เลิก เพื่อสุขภาพผิวที่ดี 
  9. ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมต่อต้านริ้วรอย
    มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหลายชนิดที่มีส่วนผสมที่ช่วยต่อต้านริ้วรอย เช่น กรดไกลโคลิก กรดซาลิไซลิก เรตินอยด์ และวิตามินซี ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวและใช้เป็นประจำ 
  10. ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
    หากมีริ้วรอยที่รุนแรงหรือกังวลเรื่องริ้วรอย ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับคำแนะนำในการรักษาที่เหมาะสม

เพื่อน ๆ คงเห็นแล้วใช่ไหมคะว่า การใช้ครีมกันแดดและบำรุงผิวเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ และไม่ควรละเลย เพราะถ้าไม่ดูแลผิว ร่างกายก็จะส่งสัญญาณเตือนออกมาเป็นริ้วรอย ตีนกา ฝ้ากระ และสภาพผิวที่ไม่สมดุล ผลิตภัณฑ์กันแดดจาก Heliocare มีนวัตกรรม Fernblock Technology ที่ช่วยในการปกป้องแสงแดดและบำรุงอย่าล้ำลึกในตัวเดียว เพราะนอกจากจะปกป้องแสงแดดได้ Full spectrum ครอบคลุมทุกรังสี ไม่ว่าจะเป็นรังสี UVA, UVB, HEVL(แสงสีฟ้า) และ IR-A แล้วยังมีคุณสมบัติโดดเด่นในการปกป้องผิวหนังให้มีความแข็งแรง ดูแลฟื้นฟู เพิ่มภูมิคุ้มกันได้ล้ำลึกถึงระดับเซลล์และอิมมูน

 

 

 

 

Fernblock ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าสารต้านอนุมูลอิสระจากแหล่งอื่น ๆ และสามารถต้านความชราอันเกิดจากแสงแดดเป็นตัวกระตุ้น ช่วยฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลาย และมีคุณสมบัติในการลดรอยแดงในผิวหนังที่ถูกทำลายโดยแสงแดด ช่วยลดจุดด่างดำ และยังมีความสามารถในการปกป้องผิวจากมลภาวะ และฝุ่น PM 2.5 และปกป้องผิวจากแสงแดดถึงระดับ DNA

🔎Tip# สนใจงานวิจัยของ Heliocare สามารถค้นหาใน google ได้ด้วยคำสำคัญ “Polypodium Leucotomos” “Fernblock Technology”

 

 

ความแก่ของผิวเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะผิวหนังมักเสื่อมไปตามกาลเวลาเมื่ออายุมากขึ้น แต่คุณสามารถชะลอความแก่ให้ช้าลงได้ด้วยการดูแลสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ผ่อนคลายความเครียด ควบคู่ไปกับการปกป้องผิวจากแสงแดดและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น เพียงเท่านี้ก็อาจช่วยชะลอปัญหาหน้าแก่และทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นทั้งภายในและภายนอก

 

 

รังสี UVA และ UVB อันตรายใกล้ตัวที่คาดไม่ถึง

รังสี UVA

[vc_row css_animation=”” row_type=”row” use_row_as_full_screen_section=”no” type=”full_width” angled_section=”no” text_align=”left” background_image_as_pattern=”without_pattern” css=”.vc_custom_1693478790415{margin-bottom: 40px !important;}” z_index=””][vc_column][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=””][vc_column_inner][vc_column_text]

 

“รังสี UVA และ UVB อันตรายใกล้ตัวที่คาดไม่ถึง

 

รังสี UVA UVB คือ คลื่นรังสีแสงยูวีในแสงแดดที่พบเจอในช่วงกลางวันโดยทั่วไป หากได้รับรังสีนี้มากเกินไป อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของผิวหนังในระยะยาว ดังนั้นในบทความนี้จะมาเล่าถึงว่า รังสี UVA UVB คืออะไร UVA UVB อันตรายหรือไม่ แล้วจะมีวิธีป้องกันตัวจาก UVA UVB อย่างไร รวมถึงแนะนำถึงผลิตภัณฑ์ที่สามารถป้องกันอันตรายจากแดดค่ะ

 

รังสีUVA UVB คืออะไร

 

รังสีUVA คือ รังสีอัลตราไวโอเลตประเภทที่ยาวที่สุด เรียกได้ว่าเป็นศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของผิวหนังก็ว่าได้ โดยแฝงตัวมากับแสงแดดและสามารถทะลุผ่านชั้นผิวหนังกำพร้า ไปถึงชั้นผิวหนังแท้ได้ โดยรังสีUVA คือรังสีที่มีอยู่ตลอดทั้งปีในทุกฤดูกาล ซึ่งสามารถทะลุผ่านเมฆ รวมถึงหน้าต่างได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือต้องปกป้องผิวของคุณแม้ในวันที่มีเมฆมากหรืออยู่ในร่ม เพราะถ้าหากผิวได้รับรังสีUVA ในปริมาณมากก็ย่อมที่จะเกิดความหมองคล้ำ และทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นเนื่องจากความยืดหยุ่นของเซลล์ผิวลดลง เกิดริ้วรอยก่อนวัย และร้ายแรงที่สุดคือเกิดอนุมูลอิสระในผิวหนัง ที่อาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในระยะยาวได้อีกด้วย

นอกจากUVA แล้ว ยังมีรังสี UVB แต่ถึงแม้รังสี UVB จะเป็นมีความยาวคลื่นสั้นกว่า และส่วนใหญ่ก็ถูกสกัดกั้นโดยชั้นบรรยากาศ ทำให้ตกกระทบสู่พื้นโลกเพียง 0.1% ของแสงทั้งหมดเท่านั้น ทำให้เมื่อสัมผัสกับผิว รังสี UVB จะไม่สามารถทะลุเข้าสู่ชั้นผิวได้ลึกเท่ากับรังสีUVA แต่อย่างไรก็ตาม UVB ก็เป็นศัตรูที่ทำร้ายผิวได้เช่นกัน โดยหากได้รับในปริมาณมากจะส่งผลให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น เกิดอาการแสบร้อน แดง ไหม้เกรียม รู้สึกแสบผิว และเกิดรอยดำได้

 

ความแตกต่างและอันตรายของรังสีUVA UVB

 

รังสีUVA และ UVB คือ รังสีอัลตาไวโอเลตที่ส่งผลทำให้สุขภาพผิวหมองคล้ำ จนไปถึงก่อให้เกิดโรคผิวหนังต่างๆได้ และUVA UVB ต่างกันอย่างไร มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้รังสีสองชนิดนี้มีผลต่อการดำเนินชีวิตของคนในยามกลางวันบ้าง

 

UVA

 

  • เป็นรังสีที่มีความยาวสูงสุด แต่พลังงานต่ำกว่า UVB สามารถทะลุเข้าถึงชั้นผิวหนังกำพร้าและหนังแท้ได้
  • เป็นรังสีที่โดนทะลุผิวหนังได้ทุกที่ ๆ มีแสงแดดเข้าถึง ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้กำแพงกระจกบนอาคารส่วนไหน รังสีนี้สามารถทะลุเข้าถึงรูขุมขนของเนื้อผิวได้ในช่วงเวลากลางวัน
  • ก่อให้เกิด สภาพผิวหนัง หม่นหมอง ผิวคล้ำ ฝ้ากระจุดด่างดำ บริเวณใบหน้าเหี่ยว ตีนกาขึ้นก่อนวัยอันควร
  • ทำร้ายลึกถึงชั้นผิวที่มีคอลลาเจนและอีลาสติน จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวเกิดปัญหาริ้วรอย ผิวหนังเหี่ยวย่น ที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัยจึงควรบำรุงผิวที่ช่วยป้องกันแสงแดดและบำรุงลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ก็จะช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากรังสี UVA ได้

 

UVB

 

  • มีความยาวรัศมีที่สั้นกว่าUVA แต่เป็นรังสีที่มีพลังงานสูงกว่า สามารถทะลุเข้าถึงผิวหนังชั้นกำพร้าได้เท่านั้น
  • ไม่สามารถทะลุเข้าผ่านกระจกบนอาคารได้
  • ก่อให้เกิด ผิวไหม้แดด เป็นรอยคล้ำดำบางบริเวณที่ถูกอาบรังสีชนิดมากเกินไปและอาจส่งผล DNA ใต้หนังกำพร้าแปรสภาพเป็นเซลล์มะเร็งผิวหนังในอนาคต
  • ไม่สามารถทะลุเข้าถึงชั้นผิวชั้นคอลลาเจนและอีลาสติน ถึงไม่ทำให้ผิวดูเหี่ยวย่น แต่รังสี UVB มีพลังงานมาก เมื่อตกกระทบผิวจะก่อให้เกิดปัญหาผิวอย่าง ผิวโดนแดดเผา ผิวหนังไหม้เกรียม ทีทำให้รู้สึกแสบผิวและรอยดำจากแดดได้ จึงต้องป้องกันผิวให้ได้รับ UVB น้อยที่สุด เช่นหลีกเลี่ยงแสงแดด และทากันแดดที่ป้องกันรังสี UVB ด้วยค่ะ

 

การได้รับรังสี UV ทำให้เกิดความเสียหายในระดับเซลล์และ DNA จากการโดนแสงแดดจะเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่วินาที ซึ่งหมายถึงแค่คุณเดินไปที่รถในช่วงบ่ายที่แดดจัดก็อาจเป็นอันตรายได้มากกว่าที่คิด ผลงานวิจัยที่มีการเผยแพร่พบว่าความเสียหายจากการได้รับแสงแดดระยะสั้น ๆ อาจมีผลต่อเนื่องนานนับชั่วโมงหลังจากที่เกิดปฏิกิริยาขึ้นแล้ว

การได้รับรังสี UV โดยไม่มีการป้องกันจะทำให้เกิดอนุมูลอิสระที่ผิวของคุณ อนุมูลอิสระคือโมเลกุลที่ไม่เสถียรที่จะรบกวนเซลล์ที่แข็งแรง ทำให้เครือข่ายการตอบสนองของเซลล์ได้รับความเสียหาย ในกรณีที่รุนแรง อนุมูลอิสระอาจเข้าไปเปลี่ยนส่วนประกอบทางพันธุกรรมของเซลล์และทำให้เกิดมะเร็ง และเป็นสาเหตุว่าทำไมมะเร็งผิวหนังจึงมีความเสี่ยงสูงในประเทศที่ผู้คนมีผิวขาวและต้องเผชิญกับแสงแดดที่รุนแรง แต่เราสามารถปกป้องตัวเองจากแสงแดดได้ง่าย ๆ ต่อไปนี้เป็นวิธีป้องกันผิวจากแสงแดด

 

การเลือกซื้อครีมกันแดดเพื่อป้องกันรังสี UVA และ UVB

 

สำหรับคนที่เคยเลือกซื้อครีมกันแดดด้วยตัวเอง น่าจะคุ้นเคยกับตัวย่อ SPF หรือไม่ก็ PA++ ที่หมายถึงระบบการให้คะแนนคุณภาพมาตรฐานครีมกันแดด (Sunscreen Rating Systems)

ค่า SPF ย่อมาจาก Sun protection factor บอกประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVB

ค่า PA ย่อมาจาก Protection grade of UVA บอกประสิทธิภาพในการป้องกันรังสีUVA

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ค่า SPF และ PA  คลิกเลย!! https://www.cantabrialabsthai.com/sunscreen-2-2/

 

ผลิตภัณฑ์กันแดด HELIOCARE

 

นวัตกรรม  Fernblock Technology  ที่ปกป้องผิวลึกถึงระดับภูมิคุ้มกันภายใน เป็นแบรนด์ที่ปกป้องแสงได้ทุกรังสีUVA, UVB, visible light  infrared นอกจากนี้ยังเป็น strong antioxidant & anti-aging และ anti-pollution ป้องกันฝุ่น pm2.5 พิสูจน์ประสิทธิภาพกันแดดที่ได้ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ระดับนานาชาติ https://www.cantabrialabsthai.com/heliocare/

จะเห็นได้ว่าการเลือกครีมกันแดดเป็นสิ่งที่เราต้องเลือกให้ดี เพราะนอกจากจะต้องเลือกการป้องกันที่เหมาะสำหรับผิวและการออกแดดแล้วยังต้องเลือกค่า PA และค่า SPF ที่เหมาะสำหรับการออกแดดในแต่ละวันด้วย เลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ เพื่อที่จะได้มีผลิตภัณฑ์กันแดด ที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสีUVA/UVB และช่วยให้มีผิวสุขภาพดีอยู่เสมอนั่นเองค่ะ

ผิวแพ้ง่าย คืออะไร วิธีการดูแลและป้องกันผิวแพ้ง่าย

ผิวแพ้ง่าย

[vc_row css_animation=”” row_type=”row” use_row_as_full_screen_section=”no” type=”full_width” angled_section=”no” text_align=”left” background_image_as_pattern=”without_pattern” css=”.vc_custom_1693478790415{margin-bottom: 40px !important;}” z_index=””][vc_column][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=””][vc_column_inner][vc_column_text]

“ผิวแพ้ง่ายคืออะไร วิธีการดูแลและป้องกันผิวแพ้ง่าย

 

ผิวแพ้ง่าย (Sensitivity Skin)

ผิวแพ้ง่าย คือ สภาวะที่ผิวไวต่อสิ่งรบกวนภายนอก โดยเฉพาะสารเคมีและสภาพอากาศ ทำให้เกิดผื่นแดง ตุ่มนูน รู้สึกคัน แสบ หรือมีผิวลอกได้ ซึ่งบางครั้งก็เกี่ยวเนื่องกับความแห้งกร้านและรอยแดง ผิวประเภทใดๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม สามารถกลายเป็นผิวที่บอบบางมีแนวโน้มระคายเคืองง่ายได้เช่นกัน ลักษณะอาการของผิวที่บอบบางมีแนวโน้มระคายเคืองง่ายอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หรืออาจเกิดจากปัจจัยเฉพาะต่างๆ ทั้งจากภายในและภายนอก

 

ปัจจัยภายในและภายนอกที่ทำให้เกิดปัญหาผิว

 

 ปัจจัยภายใน :

 

  1. พันธุกรรม
    พันธุกรรมของครอบครัว เพราะความแพ้ง่ายสามารถถ่ายทอดผ่านพันธุกรรม

  2. การปรับสภาวะภายใน
    สภาวะทางสุขภาพ เช่น ปัญหาฮอร์โมน, แบคทีเรีย, และสารอาหารสามารถมีผลในการเกิดสิวและการแพ้ง่าย

  3. การดื่มน้ำ
    การดื่มน้ำไม่เพียงแต่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นแต่ยังช่วยสะสมพิษออกจากร่างกายและช่วยลดการอักเสบในผิวหน้า

 

ปัจจัยภายนอก :

 

  1. การใช้ผลิตภัณฑ์
    การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมี สามารถทำให้ผิวแพ้ง่ายและเสี่ยงต่อการอักเสบ

  2. แสงแดด
    เมื่อโดนแสงแดดมากเกินไปอาจทำให้ผิวแพ้ง่าย และเสี่ยงต่อการเสียหายจากรังสี UV

  3. อากาศมลภาวะ
    อากาศมลภาวะและสิ่งสกปรกในสิ่งแวดล้อมอาจทำให้ผิวแพ้ง่ายและติดเชื้อ

 

ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายมักมีปัญหาสิว คือสภาวะที่ผิวหน้ามีการอักเสบของต่อมน้ำมันในผิวหน้า ซึ่งอาจเกิดจากการสะสมเชื้อแบคทีเรียหรือคอเมโดนที่อุดตันในหมู่ผิวต่ำ การดูแลผิวอย่างอ่อนโยนและควบคุมการอักเสบในผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการกับสิวในผิวแพ้ง่าย

เมื่อรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ผิวแพ้ง่ายหรือผิวบอบบางกันไปแล้ว สำหรับปัจจัยภายในนั้นอาจเป็นเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ แต่เราก็สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยภายนอกต่างๆที่ทำให้เกิดผิวบอบบางแพ้ง่ายได้และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่อาจจะกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ ดังนี้

 

  1. การรักษาความสะอาดของผิวหน้าอยู่เสมอ
    ไม่ว่าจะเป็นความสะอาดของผิวที่ต้องทำการเช็ดล้างเครื่องสำอางและสิ่งตกค้างให้สะอาดหมดจดเป็นประจำทุกวัน รวมถึงความสะอาดของเครื่องใช้ส่วนตัว เช่น ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว หรือแม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือ  เพราะสิ่งเหล่านี้มีโอกาสสัมผัสกับผิวหน้าของเรา ถ้าสิ่งเหล่านี้สกปรกก็อาจทำให้เกิดผื่นคันหรือสิวได้ทั้งนั้น

  2. การล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ
    ไม่ควรใช้น้ำร้อนเกินไปสำหรับการล้างหน้า เพราะจะทำให้ความสมดุลของผิวถูกชะล้างออกมากเกินไป และไม่ควรล้างหน้าบ่อยครั้งเกินไป แค่เพียง 2 ครั้งต่อวัน (เช้า-เย็น) ก็เพียงพอแล้ว

  3. การหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดหน้าแรง ๆ
    หลังล้างหน้าทุกครั้งควรเช็ดและซับหน้าอย่างเบามือ และห้ามแคะ แกะ บีบ เกา เพราะจะเป็นการกระตุ้นผิวหนังให้ระคายเคืองได้

  4. การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ
    ผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ไม่ว่าจะเป็นเซรั่มหรือเอสเซ้น ที่ได้รับการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังแล้วว่าอ่อนโยนกับผิวปราศจากแอลกอฮอล์ ปราศจากน้ำหอม ปราศจากสารแต่งสีและกลิ่น ปราศจากพาราเบน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองผิว

  5. การปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน
    แนะนำให้เลือกใช้เอสเซ้นส์หรือ เซรั่ม ที่เติมเต็มและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว แต่ทว่ายังคงความอ่อนโยนกับผิวบอบบางแพ้ง่าย

  6. ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน 
    ความสำคัญของครีมกันแดดผิวแพ้ง่ายอย่าลืมทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เพราะรังสี UV สามารถกระตุ้นให้ผิวอักเสบได้ง่ายยิ่งขึ้น ทำให้ผิวหมองคล้ำ รวมทั้งยังเป็นสาเหตุหนึ่งของสิวผดอีกด้วยดังนั้น จึงต้องทาครีมกันแดดเสมอ โดยเราควรเลือกใช้ครีมกันแดดเนื้อบางเบาที่เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายด้วย

  7. การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
    การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีสารอาหารครบถ้วนเป็นเรื่องสำคัญมาก พร้อมเสริมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซี รวมถึงควรพักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส อารมณ์ไม่ตึงเครียด

        ถึงแม้ปัญหาผิวบอบบางแพ้ง่าย จะไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่ วิธี ดูแล ผิว หน้า เหล่านี้ก็สามารถช่วยฟื้นฟูให้ผิวที่อ่อนแอค่อยๆแข็งแรงขึ้นได้ ที่สำคัญต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อ่อนโยน เหมาะกับสภาพผิวบอบบาง ก็จะยิ่งทำให้การดูแลรักษาผิวบอบบางแพ้ง่ายนี้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

 

ผลิตภัณฑ์กันแดด Heliocare ที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย

Heliocare360° Pediatrics Mineral (สามารถใช้ได้กับทารกตั้งแต่ 3 เดือน ขึ้นไป)

กันแดดสูตรอ่อนโยน สำหรับผิวหน้าและผิวกาย

 

  • ปกป้องผิวลูกน้อยจากแสง UVA, UVB, แสงสีฟ้าและความร้อน  ด้วย 100% Mineral filters

  • ปกป้องเซลล์ผิวอันบอบบางด้วย Genoprotect

  • ช่วยปกป้องเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวด้วย Niacinamide 2%

  • ปกป้องและซ่อมแซมผิวได้ถึงระดับเซลล์และ DNA ด้วย Fernblock + Powerful Photoimmunoprotection

  • ปกป้องผิวจากมลภาวะ (Anti-Pollution Activity) PM2.5 ด้วย “Fernblock plus+ Protection”

  • กันน้ำ กันทราย (ไม่ทำให้ลดประสิทธิภาพการกันแดด)

  • อ่อนโยน เหมาะกับทุกสภาพผิว ผิวแพ้ง่าย

  • ทาได้ทั้งบนผิวเปียก และผิวแห้ง

 

 

 

Heliocare360° Pediatrics Transparent Spray (สามารถใช้ได้กับเด็กตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป)

สเปรย์กันแดดผิวกายสำหรับเด็กสูตรอ่อนโยน ผิวแพ้ง่าย

 

  • สามารถใช้ได้ในเด็กตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย

  • ปราศจากพาราเบน ปราศจากน้ำหอม

  • ปกป้องผิวลูกน้อยจากแสง UVA, UVB, แสงสีฟ้า และความร้อน ด้วยเทคโนโลยีแอโรซอล

  • อณูเล็ก แห้งรู้สึกสบายตัว กันน้ำ กันทราย (ไม่ทำให้ลดประสิทธิภาพการกันแดด)

  • ใช้ได้กับทุกกิจกรรมกลางแจ้ง ทาได้ทั้งผิวเปียก (Wet Skin) และผิวแห้งไม่เหนียวเหนอะหนะ

  • รับรองโดยแพทย์ผิวหนัง กุมารแพทย์ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

  • เพิ่มความชุ่มชื้นแข็งแรงให้กับผิวปกป้องเซลล์ผิวอันบอบบางซ้อมแซม DNA ด้วย Giycosylase อ่อนโยนเหมาะกับผิวทุกชนิด ไม่ระคายเคือง ป้องกันผิวจากมลภาวะ PM2.5 ด้วย “Fernblock Plus+ Protection”

 

ถึงแม้จะมีผิวแพ้ง่าย แต่การทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะรังสียูวีในแสงแดดเป็นตัวการร้ายที่ทำให้ผิวแพ้ง่ายเกิดปัญหาผิวต่างๆได้ ไม่อย่างนั้น หน้าเราจะยิ่งแสบ ยิ่งแดง อ่อนแอลงเรื่อยๆ เพราะโดนแดดทำร้ายทุกวัน ใช้อะไรก็จะยิ่งแพ้หนักกว่าเดิม

แสง UV บนเครื่องบินอันตรายกว่าที่คิด

[vc_row css_animation=”” row_type=”row” use_row_as_full_screen_section=”no” type=”full_width” angled_section=”no” text_align=”left” background_image_as_pattern=”without_pattern” css=”.vc_custom_1693478790415{margin-bottom: 40px !important;}” z_index=””][vc_column][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=””][vc_column_inner][vc_column_text]

“UV บนเครื่องบินอันตรายกว่าที่คิด

 

แสง UV

 

ถึงแม้ว่าการเดินทางโดยเครื่องบินจะไม่ต้องสัมผัสแสงแดดโดยตรง หรือบางคนก็เดินทางตอนกลางคืนซึ่งไม่เจอแสงแดดอยู่แล้ว ทำให้หลายคนเมินขั้นตอนการป้องกันผิวโดยใช้ครีมกันแดดไป แต่จริง ๆ แล้วครีมกันแดดไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ช่วยป้องกันผิวจาก แสง UV เท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันผิวจากแสงไฟต่าง ๆ บนเครื่องบินที่อาจจะทำร้ายผิวได้ ดังนั้นเราจึงขอแนะนำให้ทากันแดดก่อนที่จะต้องเดินทางโดยเครื่องบินทุกครั้ง เพื่อช่วยป้องกันผิวแห้งกร้านและถูกทำลายนั่นเอง

 

แสง UV

 

ใครที่เดินทางโดยสารด้วยเครื่องบินบ่อย ๆ ต้องระวังนะคะ เพราะรังสี UV ร้ายกว่าที่คิด จริงอยู่ที่กระจกเครื่องบินสามารถกันรังสี UV ได้ แต่ความจริงแล้วแค่บางส่วน โดย สามารถสกัดกั้น รังสี UVB ที่อยู่ในแสงแดดได้ แต่ไม่สามารถสกัดกั้นรังสี UVA ได้และยิ่งบินในระดับที่สูงมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้ความเข้มของรังสี UV สามารถเข้ามาทำร้ายผิวผ่านหน้าต่างมากขึ้น โดยเฉพาะ UVA1 หรือ อาจเรียกว่า Long UVA ซึ่งมีความยาวคลื่นมากกว่า UVA2 และ UVB ตามลำดับ

 

แสง UV

 

โดยพบว่า Long UVA สามารถทะลุทะลวงสู่โลกได้ถึง 80% ของรังสียูวีทั้งหมด และ Long UVA ก็จัดอยู่ในกลุ่ม UVA

ซึ่งมีผลดังนี้

  • สามารถทะลุผิวหนังลงได้ลึกถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) ได้มากกว่า UVB ถึง 100 เท่า
  • กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาในผิว เช่น การสร้างสารอนุมูลอิสระ Reactive oxygen species (ROS) มากขึ้น
  • สามารถทำลาย DNA ของเซลล์ผิวโดยการเกิด Oxidative stress
  • ส่งผลทำร้ายต่อผิวหนังตามมาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่ การทำให้เกิด Aging เซลล์ผิวเสื่อมสภาพ ริ้วรอย และจุดด่างดำ

 

และนอกจากนั้น ในขณะที่เครื่องบินลอยอยู่บนอากาศจะมีความชื้นต่ำ อากาศภายในห้องเครื่องจึงดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวเรา ส่งผลทำให้ผิวแห้งขึ้น ดังนั้น เมื่อเราต้องเดินทางโดยเครื่องบิน การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก

 

แสง UV

 

รังสี UVA เป็นสาเหตุให้ผิวแก่ก่อนวัยในขณะที่รังสี UVB อาจจะทำให้ผิวไหม้และสีคล้ำขึ้น รังสีทั้งสองเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง รังสี Long UVA นี้เป็นกลุ่มย่อยของรังสี UVA ที่มีความสามารถในการทำลายชั้นผิวหนังได้ลึกเป็นพิเศษและส่งผลให้เกิดจุดด่างดำ การแพ้แดด และริ้วรอย การป้องกันที่มีประสิทธิภาพควรสามารถกรองได้ทั้งรังสี UVA, UVB และ รังสี UVA ที่มีช่วงคลื่นยาว

 

โดยวิธีการเลือกซื้อกันแดดที่เหมาะกับการนั่งเครื่องบิน มีดังนี้

 

  1.  สามารถปกป้องแสงได้ทุกรังสี โดยเฉพาะ แสง UV ควรได้ทั้ง UVB UVA และ LONG UVA(UVA1)
  2. ควรเลือกสูตรกันแดดที่ออกแบบมาเพื่อป้องกัน การเกิด Skin Aging โดยเฉพาะ
  3. เลือกกันแดดที่มีสารเดิมความชุ่มชื้นให้กับผิว เช่น สาร Hyaluronic acid เหมาะมากสำหรับใช้ในเครื่องบิน

 

แสง UV

 

TINOSORB A2B หรือ Tris-Biphenyl Triazine (nano)

สารกันแดดประสิทธิภาพสูง เป็นตัวกรองรังสี UV นวัตกรรมใหม่ ที่ให้การปกป้องในช่วงกว้างทั้งรังสี UVB & UVA ได้อย่างคลอบคลุม มีประสิทธิภาพในการกัน UV ที่ทรงประสิทธิภาพมาก และมีคุณสมบัติในการปกป้องกว้างไปถึงช่วง HEV/BLUE LIGHT อีกด้วย

 

แสง UV

 

Triple Anti-aging Complex นวัตกรรมลดเลือนริ้วรอยชะลอวัย Serine หรือ ซีรีน เป็นกรดอะมิโนที่ช่วยกระตุ้นการสร้าง Hyaluronic Acid

Hyaluronic Acid (HA) หรือ กรดไฮยาลูโรนิก เติมน้ำให้ผิว มีคุณสมบัติเด่นเป็นสารอุ้มน้ำ ช่วยให้ผิวหนังสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ ส่งผลให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้นและเต่งตึง TREHALOSE สามารถปกป้องเซลล์จากการถูกทำร้ายโดยการ form ตัวเองเป็นเยื่อหุ้มเซลล์ด้านนอก ช่วยเสริมความแข็งแรงของ Skin barrier นอกจากนี้ Trehalose ยังเป็นสารที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแบบ Humectant คือสามารถดึงน้ำจากรอบข้างเข้าหาตัวเพื่อกักเก็บ ทำให้เซลล์ผิวอิ่มน้ำส่งผลให้ผิวอิ่มฟูเต่งตึง ทำให้รักษาความชุ่มชื้นให้ได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น

แสง UV

 

Heliocare 360 Age active Fluid

สามารถปกป้องแสงได้ทุกรังสี (UVB, UVA, Visible light และ IR) มี filter พิเศษ ช่วยป้องกันรังสี UVA และ UVA1 ทั้งยังมีสารให้ความชุ่มชื้น Hyaluronic acid เหมาะสำหรับใช้บนเครื่องบิน

✅ปกป้องผิวจากแสงครบทุกรังสี (รวมถึงแสงสีฟ้า) UVA, UVB, HEVL, IR

✅Tinosorb A2B และ Uvinul A plus สารกันแดดประสิทธิภาพสูงปกป้องผิวจาก UVA รวมไปถึง UVA1

✅ปกป้องผิวผิวด้วยสารกันแดดแบบ Hybrid Filters และ Fernblock สารกันแดดสกัดจากธรรมชาติ (Biological Filter)

✅ปกป้องผิวจาก Visible Light ด้วยสารกันแดด Iron Oxide ผสานกับ Fernblock technology ช่วยเสริมประสิทธิภาพการกันแสงสีฟ้าได้ดียิ่งขึ้น

✅ปกป้องเซลล์ผิว ซ่อมแซม DNA ด้วย GLYCOSYLASE

✅เมื่อใช้ก่อนแต่งหน้า ช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใสและเรียบเนียน

✅ลดเลือนริ้วรอยด้วย SOFT FOCUS COMPLEX

✅Non Comedogenic

✅Suitable for sensitive skin

✅Water & Sweat resistant

การทาครีมกันแดดควรทาก่อนออกแดด 15 – 30 นาที เพราะจะทำให้ครีมกันแดดซึมเข้าผิวของเรา

และทำให้มีประสิทธิภาพกันแดดเพิ่มขึ้น และควรทากันแดด ทุก 2 ชั่วโมง

 

อย่างไรก็ตาม การได้รับรังสี UVA เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อผิวหนังได้ เกิดริ้วรอยก่อนวัย และเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนังได้ ดังนั้น การเลือกใช้ครีมกันแดด ร่วมกับการป้องกันในส่วนอื่นๆ เมื่อเราต้องเดินทางโดยเครื่องบิน หรือไม่ว่าจะกิจกรรมไหน ๆ วันที่ต้องเจอแดดจัด หรือแม้กระทั้งวันที่พักผ่อนอยู่ในบ้านเราก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด เพื่อการปกป้องผิวจากแสงรังสีต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว เช่น หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์, โทรทัศน์, หรือจอคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

 

 

 

ครีมกันแดดดูแค่ค่า SPF หรือ UVA-PF ไม่เพียงพอ!!

[vc_row css_animation=”” row_type=”row” use_row_as_full_screen_section=”no” type=”full_width” angled_section=”no” text_align=”left” background_image_as_pattern=”without_pattern” css=”.vc_custom_1693478790415{margin-bottom: 40px !important;}” z_index=””][vc_column][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=””][vc_column_inner][vc_column_text]

“รู้หรือไม่? ซื้อครีมกันแดดดูแค่ค่า SPF หรือ UVA-PF ไม่เพียงพอ!!

 

 

Expert Recommendations on the Evaluation of Sunscreen Efficacy and the Beneficial Role of Non-filtering Ingredients

           คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการประเมินประสิทธิภาพของครีมกันแดดและคุณประโยชน์จากส่วนผสมที่ไม่มีการกรอง
จากวารสารวิชาการ frontiers in medicine การวิจัยต้นฉบับ เผยแพร่ : 31 มีนาคม 2022 doi:10.3389/fmed.2022.790207

 

 

 

 

เมื่อเดือนมีนาคม 2022 ที่ผ่านมา

          ได้มีการประชุมหารือกัน นำโดยกลุ่มแพทย์ผิวหนังชั้นนำของโลกเพื่อกำหนดแนวทางในการพิจารณาถึงประสิทธิภาพของครีมกันแดดใหม่ เนื่องจากครีมกันแดดมีการใช้กันอย่าง

แพร่หลายมากมาย แต่จำนวนของผู้ที่เกิดมะเร็งผิวหนังไม่ได้น้อยลง นั่นเป็นเพราะว่า คนส่วนใหญ่เลือกใช้ครีมกันแดดโดยอิงจากค่า SPF และ UV-PF เท่านั้น

โดย SPF และ UV-PF เป็นการวัดค่าในห้องทดลอง ซึ่งเมื่อนำมาใช้ในสภาวะจริง ที่มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ความชื้น เหงื่อออก หรืออื่นๆ ทำให้ความสามารถในการปกป้องผิวจาก

แสงแดดก็จะลดน้อยลง

 

 

          นอกจากนี้ ค่า SPF และ UV-PF แค่บ่งบอกถึงความสามารถในการป้องกันการแดง หรือการปกป้องการมีสีผิวคล้ำแบบยาวนานขึ้นเท่านั้น แต่ไม่ได้บ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการ

ปกป้องด้านอื่น เช่น การทำลาย DNA, Photoaging, กรทำลายภูมิคุ้มกันของผิว และการเกิดสีผิวคล้ำขึ้น

          ค่า SPF คือ ค่าความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสียูวีบี (UVB) ระบุค่าความสามารถเป็นตัวเลข

SPF 15 คือ ความสามารถในการปกป้องผิวจากอาการไหม้แดด มากกว่าผิวปกติ 15 เท่า
ความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสียูวีบี (UVB) ได้ 93.3%

SPF 30 คือ ความสามารถในการปกป้องผิวจากอาการไหม้แดด มากกว่าผิวปกติ 30 เท่า
ความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสียูวีบี (UVB) ได้ 96.7%

SPF 50 คือ ความสามารถในการปกป้องผิวจากอาการไหม้แดด มากกว่าผิวปกติ 50 เท่า
ความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสียูวีบี (UVB) ได้ 98%

 

          ค่า PA คือ ค่าระดับความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสียูวีเอ (UVA) ระบุค่าความสามารถเป็นจำนวนเครื่องหมายบวก (+)

PA + คือ ความสามารถในการปกป้องผิวจากความหมองคล้ำ ได้มากกว่าผิวปกติ 2-4 เท่า

PA ++ คือ ความสามารถในการปกป้องผิวจากความหมองคล้ำ ได้มากกว่าผิวปกติ 4-8 เท่า

PA +++ คือ ความสามารถในการปกป้องผิวจากความหมองคล้ำ ได้มากกว่าผิวปกติ 8-16 เท่า

PA ++++ คือ ความสามารถในการปกป้องผิวจากความหมองคล้ำ ได้มากกว่าผิวปกติ มากกว่า 16 เท่า

 

          แต่นั่นก็เพียงแค่ผลที่ได้จากการทดลองในห้องปฏิบัติการเท่านั้น ในชีวิตประจำวันประสิทธิภาพการป้องกันแสงแดดจะลดลงเมื่อผิวของเราเกิดการเสียดสี หรือต้องสัมผัสกับน้ำและเหงื่อ และยังมีในกรณีที่ใช้ครีมกันแดดในปริมาณที่ไม่เพียงพอ และไม่มีการทาซ้ำระหว่างวัน จึงทำให้ไม่สามารถได้รับการปกป้องผิวจากการทาครีมกันแดดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราควรทาครีมกันแดดซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมง

 

 

          PL leave หรือ สารสกัดจากใบเฟิร์นสายพันธุ์พิเศษ ดังเช่น Fernblock Technology ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Heliocare ได้รับการรับรองแล้วว่าช่วยต้านอนุมูลอิสระ

ป้องกันการทำลาย DNA ลดการอักเสบ และปกป้องภูมิคุ้มกันผิว ทำให้ผลิตภัณฑ์ Heliocare เป็นครีมกันแดดที่ปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากที่สุดตัวนึง

 

 

 

ภัยเงียบจากแสงแดด ที่มีผลทำร้ายผิว

       UVB

              ทำให้เกิดผื่นแดง เกิดการกดภูมิคุ้มกัน เกิดความเสียหายทำลาย DNA

       UVA

              เพิ่มอนุมูลอิสระ ความแก่ของผิวก่อนวัยที่เกิดจากแสงแดด โรคแพ้แสง การกดภูมิคุ้มกัน เกิดความเสียหายทำลาย DNA

       HVEL

              ผิวหมองคล้ำ เม็ดสีเพิ่มขึ้น ผิวหนังอักเสบจากแสง การปะทุของแสงแบบ Polymorphic โรคลมพิษจากแสงแดด Porphyria โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง อาการไวต่อแสง

       IRA

              สร้าง ROS เพิ่ม MMP-1 ลดการสร้างคอลลาเจน กระตุ้นให้เกิดการตายของเซลล์

 

 

Heliocare ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดจากประเทศสเปน

แบรนด์อันดับ 1 ที่แพทย์ผิวหนังทั่วโลกเลือกใช้ จำหน่ายกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

 

 

🧑‍🔬คิดค้นโดย Dr. Fitzpatrick ปรมาจารย์ด้านวิทยาการแพทย์ผิวหนังสมัยใหม่ และทีมแพทย์จาก Harvard University ที่เชี่ยวชาญด้าน Photoprotection อย่างแท้จริง
มาตรฐานยุโรปด้วยการผลิตและควบคุมคุณภาพแบบยา โรงงานที่ได้รับ Certified GMP แบบยา และ FSC Certificate of Forestial Management กับโรงงาน Eco-Sustainable Center ที่ให้ความสำคัญกับการรักษ์โลกอย่างแท้จริง

 

       จุดเด่นที่แตกต่างจากกันแดดทั่วไป More than Sunscreen ที่ครีมกันแดดทั่วไปไม่มีคือ

Medical Photoimmunoprotection นวัตกรรม Fernblock technology ที่ปกป้องผิวลึกถึงระดับภูมิคุ้มกันภายใน

ปกป้องแสงได้ทุกรังสี UVA, UVB, visible light infrared     นอกจากนี้ยังเป็น Strong Antioxidant & anti-aging และ Anti-Pollution ป้องกันฝุ่น PM2.5

 

พิสูจน์ประสิทธิภาพกันแดดที่ได้ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ระดับนานาชาติว่าช่วยแก้ไข ฟื้นฟูผิวจากแสงแดดที่ทำลายลึก เพิ่มภูมิต้านทานผิวต่อแสงแดด

  • Erythema ป้องกันการอักเสบของผิว อาการแดงจากแสงแดดที่มาทำลายผิว
  • DNA Damage/Sunburn Cells ปกป้องผิวหนังได้ถึงระดับ DNA
  • Immunoprotection ช่วยปกป้อง Langerhan Cell (เซลล์ที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันผิวหนัง)
  •  Protection of Skin Architecture ป้องกัน Collagen ไม่ให้ถูกทำลาย ลด enzyme MMP-1 จึงเป็น Anti-aging ที่มีประสิทธิภาพสูง
  •  Pigmentation ช่วยลดเม็ดสี และการดำของผิวจากการกระตุ้นโดยแสงแดด

 

🌿Fernblock Technology

               นวัตกรรมลิขสิทธิ์หลักที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์กันแดด Heliocare เท่านั้น ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ Heliocare เป็นกันแดดที่แตกต่างจากกันแดดตัวอื่น ๆ และเป็นกันแดดที่ดีที่สุด Beyond Sunscreen with Heliocare

                   

 

  ดังนั้น การเลือกผลิตภัณฑ์กันแดด นอกจากจะดูค่า SPF และ UV-PF แล้ว เราจำเป็นต้องดูส่วนประกอบเพิ่มเติม

ที่ผสมอยู่ในครีมกันแดดที่เราเลือกใช้ ที่ส่งผลในการปกป้องผิวจากการทำลายของแสงแดดให้มีประสิทธิมากขึ้น ปกป้องและฟื้นฟูลึกถึงระดับเซลล์ DNA

ลดปัญหาการเกิดผิวแก่ก่อนวัย ริ้วรอย และรวมไปถึงลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งผิวหนัง

 

เลือก กันแดด ฉบับหมอผิวหนัง

กันแดด

[vc_row css_animation=”” row_type=”row” use_row_as_full_screen_section=”no” type=”full_width” angled_section=”no” text_align=”left” background_image_as_pattern=”without_pattern” css=”.vc_custom_1693478790415{margin-bottom: 40px !important;}” z_index=””][vc_column][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=””][vc_column_inner][vc_column_text]

วิธีเลือก กันแดด แบบฉบับหมอผิวหนัง?

[/vc_column_text][vc_column_text]

ปัจจุบันนี้การดูแลผิวเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะในทุก ๆ วันเราต้องเจอแสงแดด ถ้าเราไม่ปกป้องผิวจากแสงแดดอาจเกิดผลไม่ดีกับผิวได้ เช่น ผิวเหี่ยว ผิวแก่ หรืออาจอันตรายจนเป็นมะเร็งผิวหนังได้เลย ซึ่งถ้ายกตัวอย่างอย่างคนที่ชอบออกกำลังกาย หรือคนเล่นกีฬาและนักกีฬา มักจะใช้ชีวิตอยู่กลางแจ้งเป็นประจำทุกวัน เพื่อฝึกฝนและฝึกซ้อมในการพัฒนาตัวเองทางด้านกีฬา ผู้คนเหล่านี้จึงต้องรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ทั้งภายนอกและภายใน เพราะความสำเร็จของนักกีฬาคือ การอุทิศตนให้ทีม ความขยันหมั่นเพียร การฝึกซ้อมอย่างหนัก และระเบียบวินัย เพื่อชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในทุกสนาม ซึ่งผิวจะเจอกับแสงแดดและความร้อนจากแดดทุกวัน ถ้ามีคนไข้ที่เป็นนักกีฬามาปรึกษาเรื่องการปกป้องผิว

[/vc_column_text][vc_single_image image=”762″ img_size=”full” alignment=”center” onclick=”link_image” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693478366104{margin-top: 32px !important;margin-bottom: 32px !important;}”][vc_column_text]

แพทย์ผิวหนังส่วนมาก จึงแนะนำผลิตภัณฑ์ ครีมกันแดด ที่มีส่วนผสมจากพืชธรรมชาติ มี Antioxident ต่อต้านอนุมูลอิสระที่กันผิวเหี่ยว ผิวแก่ได้ กันแสงได้ครบทุกรังสี ทั้งแสง UVA, UVB, แสงสีฟ้า และอินฟาเรด และยังกันได้ลึกไปจนถึงระดับเซลล์และ DNA ด้วย

โดยเฉพาะแสงสีฟ้า หรือ Blue Light มีชื่อเต็มที่เรียกว่า High Energy Visible Light หนึ่งใน Visible Light ที่เป็นแสงสีขาวที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าซึ่งมาจากแสงแดดนั่นเอง แสงสีฟ้ามีอยู่รอบ ๆ ตัวเรายิ่งกว่า UVA และ UVB เสียอีกค่ะ เพราะว่าสามารถเจอแสงนี้ได้จากหน้าจอโทรศัพท์ หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่งหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่เราใช้อยู่ในบ้านก็ยังหนีไม่พ้น แถมในแสงแดดก็ยังมี Blue Light อยู่ด้วยนะ ซึ่งเป็นอันตรายต่อผิวมากยิ่งกว่า Blue Light ในหน้าจอโทรศัพท์หลายเท่าเลยค่ะ พอรู้แบบนี้ต้องหลบหลีกแดดกันยิ่งกว่าเดิมเลยนะคะ

การมีตัวช่วยในการป้องกันผิวไม่ให้โดนแสงสีฟ้าทำร้ายผิว ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะแสงสีฟ้าทำลายผิวมากกว่าที่เราคิด ดังนั้น กันแดดที่กันได้ครบทุกแสงจะช่วยปกป้องผิวของเราไม่ให้เกิดความเหี่ยว ความแก่ก่อนวัยได้ ทั้งยังปกป้องไม่ให้เกิดเป็นมะเร็งผิวหนังอีกด้วย แพทย์ผิวหนังส่วนใหญ่จึงเลือกแนะนำสิ่งดีๆ ให้กับคนไข้เสมอ

ซึ่งการเลือกกันแดดนอกจากดูที่ค่ากันแสง UVA, UVB แล้วยังต้องดูค่ากันแสงอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย เพราะว่าแค่ค่ากันแดด UV ไม่เพียงพอในการปกป้องผิว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังชื่อดังทั่วโลกตระหนักและให้ความสำคัญในการปกป้องผิวของคนไข้ให้เหมาะสมมากกว่าการใช้เพียงแค่สารกันแดด Filters ทั่วๆไป

[/vc_column_text][vc_single_image image=”763″ img_size=”full” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693478494376{margin-top: 32px !important;margin-bottom: 32px !important;}”][vc_single_image image=”764″ img_size=”full” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693478499531{margin-bottom: 32px !important;}”][vc_column_text]

ข้อมูลล่าสุด จากวารสารทางการแพทย์ การประเมินประสิทธิภาพของกันแดดดูเพียงแค่ค่า SPF ในกันแดดอาจจะยังไม่เพียงพอ ซึ่งการวัดค่าประสิทธิภาพของกันแดดควรจะวัดในเรื่องความเสียหายของ DNA ในระดับเซลล์ผิว ความเสียหายต่อการที่ทำให้เกิดผิวเหี่ยวแก่ เกิดรอยดำ เกิดเม็ดสี และผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันผิวจากการโดนแสงแดดทำร้ายผิว

[/vc_column_text][vc_single_image image=”765″ img_size=”full” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693478517882{margin-top: 32px !important;margin-bottom: 32px !important;}”][vc_column_text]

การเลือกผลิตภัณฑ์ กันแดด สิ่งที่ควรจะดู คือ

 

[/vc_column_text][vc_column_text]

  1. ค่า SPF กันแดดที่ดีต้องมีค่า SPF50 ขึ้นไป จะช่วยป้องกัน UVB ที่ทำให้ผิวไหม้แดด
  2. ดูค่า PA กันแดดที่ดีต้องมีค่า PA++++ 4บวกขึ้นไป ค่า PA จะช่วยป้องกันผิวจาก UVA ที่ทำให้ผิวคล้ำ แนะนำให้เลือกค่า PA++++
  3. ดูประสิทธิภาพของกันแดดว่าสามารถป้องกันความเสียหายของ DNA ในระดับเซลล์ผิวได้หรือไม่ ซึ่งกันแดดที่ดีควรป้องกันได้ลึกถึงระดับ DNA และเซลล์ผิว ซ่อมแซมเซลล์ผิวทำให้ไม่เกิดการก่อมะเร็งผิวหนัง
  4. ดูการใส่ Filters ที่อยู่ในกันแดด ซึ่งกันแดดที่ดีควรมี Biological Filters เช่น Fernblock เพิ่มเข้าไปในผลิตภัณฑ์กันแดด เพราะ Fernblock ช่วยปกป้องผิวจากแสงได้ลึกถึงระดับภายในเซลล์ DNA ปกป้องผิวได้ลึกถึงระดับภูมิคุ้มกันผิว การป้องกันผิวเหี่ยว ผิวแก่ รอยดำ ฝ้า กระ ต่างๆ

 

  • ดังนั้นจึงควรเลือกใช้กันแดดที่มีส่วนผสมพิเศษที่ช่วยปกป้องผิวได้ถึงระดับภูมิคุ้มกัน Langerhans cell เพราะจะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพของกันแดดในการปกป้องระบบภูมิคุ้มกันผิวได้ดีขึ้น
  • ปัจจุบัน Fernblock มีข้อมูลการศึกษาต่างๆ มากมาย ที่ได้ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์กว่า 80 ฉบับ ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนถึงประโยชน์ของ Fernblock ที่อยู่ในกันแดด Heliocare กันแดดที่เป็นมากกว่ากันแดดหรือ Beyond Sunscreen อย่างแท้จริง

 

Reference: Fitzpatrick Skin Type 4-6 (IV – VI)

[/vc_column_text][vc_single_image image=”766″ img_size=”full” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693478588480{margin-top: 32px !important;margin-bottom: 16px !important;}”][vc_single_image image=”767″ img_size=”full” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693478601611{margin-top: 16px !important;margin-bottom: 32px !important;}”][vc_column_text]

BIOLOGICAL FILTERS คืออะไร?

[/vc_column_text][vc_column_text]

Biological Filters คือ สารธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกันแดดเป็นสารสกัดจากรรรมชาติ

ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวได้ถึงระดับเซลล์ ช่วยปกป้อง

DNA ปกป้องผิวระดับภูมิคุ้มกันผิว ไม่ทำให้เชลล์ผิวถูกทำลาย เหี่ยวแก่ ไม่ทำให้เกิดเม็ดสี รอยดำ

ตัวอย่างเช่น Fernblock , ชาเขียว , สารสกัดจากทับทิม

[/vc_column_text][vc_single_image image=”768″ img_size=”full” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693478653242{margin-top: 32px !important;margin-bottom: 16px !important;}”][vc_single_image image=”769″ img_size=”full” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693478667226{margin-top: 16px !important;margin-bottom: 32px !important;}”][vc_column_text]

“สรุปเลยคือแสงแดดมันร้ายจริงๆนะทุกคน อย่าประมาทเลยไม่ใช้แค่ผิวไหม้ คล้ำ แต่ทำลายลึกถึงDNA ไปยันมะเร็งผิวหนัง!
ดังนั้นการเลือกกันแดดไม่ใช่เพียงแต่ดูค่า SPF, PA ที่ป้องกันเพียงรังสี UVA, UVB เท่านั้น แต่ต้องป้องกันแสงได้ครบทุกรังสีทั้ง UVA, UVB, HEVL, IR ควรดูเรื่องประสิทธิภาพการกันแดด การใส่ Filters ที่อยู่ในกันแดด ซึ่ง Heliocare เป็นแบรนด์เดียวที่เราเห็นในตลาดว่าสามารถป้องกันครบทุกรังสี นอกจากมีสารกันแดดรุ่นใหม่แบบจัดเต็มปังๆแล้ว ยังมี Fernblock ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงได้ลึกถึงระดับภายในเซลล์ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันผิวหนังต่อแสงแดด ป้องกันการทำลายดีเอ็นเอและเซลล์ผิว ช่วยลดจุดด่างดำและริ้วรอยได้อีกด้วย
การเลือกกันแดดที่ดีเป็นเรื่องที่สำคัญเท่าชีวิตตตตต! ซึ่ง heliocare เป็นกันแดดที่เราแนะนำนะ ”

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][/vc_column][/vc_row]

เลือก ครีมกันแดด อย่างไรให้เหมาะกับผิว

[vc_row css_animation=”” row_type=”row” use_row_as_full_screen_section=”no” type=”full_width” angled_section=”no” text_align=”left” background_image_as_pattern=”without_pattern”][vc_column][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=””][vc_column_inner][vc_column_text]

เลือก ครีมกันแดด อย่างไรให้เหมาะกับผิว

[/vc_column_text][vc_single_image image=”736″ img_size=”full” alignment=”center” onclick=”link_image” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693474251692{margin-top: 32px !important;margin-bottom: 32px !important;}”][vc_column_text]

โดยปกตินั้นเราสามารถแบ่งประเภทของผิวตามสภาพและลักษณะ ได้เป็น 5  ประเภท ได้แก่

 

  1. ผิวแห้ง (Dry Skin)
  2. ผิวธรรมดา (Normal Skin)
  3. ผิวผสม (Combination Skin)
  4. ผิวมัน (Oily Skin)
  5. ผิวแพ้ง่าย (Sensitive Skin)

 

[/vc_column_text][vc_column_text]

จากการศึกษาแต่ละประเภทของผิวหน้า พบว่าคนเราจะมีผิว แบบไหนนั้น ถูกกำหนดจากปัจจัยร่วมกันระหว่างการถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรม และปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอกของแต่ละบุคคล ทำให้เกิดเป็นประเภทผิวที่แตกต่างกันออกไป   การเรียนรู้ผิวแต่ละประเภทนั้นมีความสำคัญอย่างมาก เพราะจะทำให้เรารู้จักแยกสภาพผิวให้เหมาะสมกับ ครีมกันแดด แบบต่างๆ และเลือกวิธีการดูแลบำรุงรักษาผิวแต่ละประเภทได้อย่างถูกวิธี เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพพื้นฐานของผิวแต่ละแบบ ทำให้เราสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ตอบโจทย์ความต้องการของสภาพผิวแบบต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

โดยแบ่ง ประเภทของผิว ออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=”” css=”.vc_custom_1693474165384{margin-top: 32px !important;}”][vc_column_inner][vc_column_text]

1. ผิวแห้ง (Dry Skin)

 

[/vc_column_text][vc_column_text]

ผิวแห้งเป็นผิวที่มีลักษณะละเอียดบอบบางและเกิดริ้วรอยได้ง่าย เป็นผิวที่มีความมันน้อยกว่าปกติ เนื่องจากขาดกรดไขมันในผิวที่จำเป็นในการรักษาความชุ่มชื่นและสร้างเกราะป้องกันผิวจากสิ่งกระทบจากภายนอก  ทำให้ผิวมีการผลิตน้ำมันตามธรรมชาติจากต่อมไขมันใต้ผิวที่น้อยกว่าปกติ เมื่อมีน้ำมันในผิวไม่เพียงพอที่จะสามารถป้องกันการสูญเสียน้ำของผิวได้  จึงทำให้ผิวแห้งกร้าน แลดูหมองคล้ำได้ง่าย

ลักษณะของผิวแห้งที่สามารถสังเกตได้ชัดเจนก็คือ
ผิวจะมีลักษณะแห้ง หยาบกร้าน ไม่กระจ่างใส
มีแนวโน้มแพ้ง่าย มีผื่นแดงหรือรอยแดงที่ผิว
มีอาการตึงผิว ผิวแตก หรืออาจมีการอักเสบและมีอาการคันได้ง่าย
ผิวแลดูขาดน้ำ มีความยืดหยุ่นน้อย และผิวลอกเป็นขุยได้ง่าย
แต่อย่างไรก็ตามผิวแห้งก็ยังมีข้อดีอยู่บ้างคือ ผิวแห้งจะมีรูขุมขนเล็กละเอียดทำให้ผิวแลดูเรียบ ไม่มันเยิ้ม และจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องสิวต่างๆ ทั้งสิวเสี้ยนหรือสิวอุดตันจะพบน้อยกว่าผิวประเภทอื่นๆ

แต่ข้อเสียที่สำคัญที่สุดของผิวแห้งนั้นก็คือ มักจะเกิดริ้วรอยก่อนวัย รอยเหี่ยวย่นได้ง่าย โดยเฉพาะผิวบริเวณที่บอบบางอย่างเช่นผิวรอบดวงตา ดังนั้นการเติมเต็มความชุ่มชื่นให้ผิวอย่างสม่ำเสมอเพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำมันและความชุ่มชื่นตามธรรมชาติจึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการดูแลรักษาผิวประเภทนี้

[/vc_column_text][vc_single_image image=”737″ img_size=”full” alignment=”center” onclick=”link_image” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693474271153{margin-top: 32px !important;}”][vc_column_text]

ผิวแห้งจะให้ความรู้สึกแน่น หยาบกร้าน และดูหมองคล้ำ

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=”” css=”.vc_custom_1693474646912{margin-top: 48px !important;}”][vc_column_inner][vc_column_text]

ผลิตภัณฑ์ ครีมกันแดด Heliocare ที่เหมาะกับสภาพผิว แบบนี้

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=”” css=”.vc_custom_1693474165384{margin-top: 32px !important;}”][vc_column_inner width=”1/2″][vc_column_text]

1.เรามาเริ่มที่สูตรแรก Heliocare 360 Fluid cream ตัวนี้เหมาะสำหรับคนที่ผิวแห้ง หรือผิวปกติธรรมดา ก็สามารถใช้ได้ เพราะว่าสูตรนี้ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ฟินิชลุคจะมีความฉ่ำวาว ให้ความรู้สึกสบายผิว ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส และที่สำคัญปกป้องผิวจากแสงได้ครบทุกรังสี

[/vc_column_text][vc_single_image image=”738″ img_size=”large” alignment=”center” onclick=”link_image” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693552049035{margin-top: 32px !important;margin-bottom: 32px !important;}”][/vc_column_inner][vc_column_inner width=”1/2″][vc_column_text]

2.ส่วนใครที่กังวลเรื่องริ้วรอย เหมาะกับสูตร Heliocare 360 Age Active Fluid เพราะนอกจากช่วยกันแดดแล้ว ยังช่วยลดเลือนริ้วรอย เติมความอิ่มฟูให้กับผิว ตัวเนื้อเกลี่ยง่าย ให้ฟินิชลุคที่ดูธรรมชาติบางเบา

[/vc_column_text][vc_single_image image=”739″ img_size=”large” alignment=”center” onclick=”link_image” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693552086360{margin-top: 32px !important;margin-bottom: 32px !important;}”][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=”” css=”.vc_custom_1693474165384{margin-top: 32px !important;}”][vc_column_inner][vc_column_text]

3.ถัดไปเป็น Heliocare 360 Pigment Solution Fluid เป็นกันแดดสูตรที่ช่วยลดเลือนฝ้า กระ และจุดด่างดำ ช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ เนื้อบางเบา เกลี่ยง่ายและซึมเร็ว

[/vc_column_text][vc_single_image image=”740″ img_size=”large” alignment=”center” onclick=”link_image” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693552099354{margin-top: 32px !important;margin-bottom: 32px !important;}”][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=”” css=”.vc_custom_1693474165384{margin-top: 32px !important;}”][vc_column_inner][vc_column_text]

2. ผิวธรรมดา (Normal Skin)

 

[/vc_column_text][vc_column_text]

“ผิวธรรมดา” เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย บ่งบอกถึงผิวที่มีความสมดุล คือไม่แห้งจนเกินไป และ ไม่มันจนเกินไป หรือในทางวิทยาศาสตร์ใช้คำว่า “Eudermic” แทนผิวที่มีสุขภาพดี
บริเวณ T-zone (หน้าผาก, คาง และ จมูก) อาจมีความมันได้เล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วความมัน และความชุ่มชื้นจะมีความสมดุลกัน และผิวจะต้องไม่มันหรือแห้งจนเกินไป

เราจะทราบได้อย่างไรว่าเป็นผิวธรรมดา ?
ลักษณะของผิวธรรมดา : มีรูขุมขนขนาดเล็ก มีการไหลเวียนโลหิตที่ดี ผิวนุ่มและเรียบเนียน ผิวมีความสดชื่น สีอมชมพู ไม่หมองคล้ำ ปราศจากสิว และไม่มีแนวโน้มไวต่อสิ่งแวดล้อมภายนอก คนที่มีผิวธรรมดาในช่วงอายุหนึ่ง ผิวอาจเปลี่ยนเป็นผิวแห้งกร้านได้ เมื่อมีอายุมากขึ้น

[/vc_column_text][vc_single_image image=”741″ img_size=”full” alignment=”center” onclick=”link_image” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693474536537{margin-top: 32px !important;}”][vc_column_text]

ผิวธรรมดา คือผิวที่มีความสมดุล: ไม่มันหรือแห้งจนเกินไป

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=”” css=”.vc_custom_1693474658104{margin-top: 48px !important;}”][vc_column_inner][vc_column_text]

ผลิตภัณฑ์กันแดด Heliocare  ที่เหมาะกับสภาพผิว แบบนี้

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=”” css=”.vc_custom_1693474165384{margin-top: 32px !important;}”][vc_column_inner width=”1/2″][vc_column_text]

1.ครีมกันแดดเนื้อเจล Heliocare Ultra Gel ที่มี SPF สูงถึง 90 เหมาะสำหรับผิวมัน ผิวผสม เนื้อมีความเกลี่ยง่ายไม่เหนอะหนะ ไม่ทำให้เกิดสิว เหมาะกับผิวหลังทำเลเซอร์ หรือใช้ในวันที่ต้องออกกลางแจ้ง

[/vc_column_text][vc_single_image image=”742″ img_size=”large” alignment=”center” onclick=”link_image” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693552109600{margin-top: 32px !important;margin-bottom: 32px !important;}”][/vc_column_inner][vc_column_inner width=”1/2″][vc_column_text]

2.Heliocare 360 Water Gel สูตรนี้นอกจากจะช่วยกันแดด  ยังกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว เนื้อครีมเป็นน้ำนม เกลี่ยง่าย เหมาะกับใช้ในกิจกรรมกลางแจ้ง เพราะมีคุณสมบัติในการกันน้ำ กันเหงื่อ ที่สำคัญคือไม่เหนียวเหนอะหนะ

[/vc_column_text][vc_single_image image=”743″ img_size=”large” alignment=”center” onclick=”link_image” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693552130218{margin-top: 32px !important;margin-bottom: 32px !important;}”][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=”” css=”.vc_custom_1693474165384{margin-top: 32px !important;}”][vc_column_inner][vc_column_text]

3.กันแดดเนื้อมูสโฟม Heliocare 360 Airgel สูตรนี้ใช้ง่าย เพราะเนื้อเป็นมูสโฟม ที่เหมาะกับทุกสภาพผิว ให้ฟิชนิชลุคดูเป็นธรรมชาติ คุมความมันและกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดี และสามารถกันแดดได้ครบทุกรังสี

[/vc_column_text][vc_single_image image=”731″ img_size=”large” alignment=”center” onclick=”link_image” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693552137146{margin-top: 32px !important;margin-bottom: 32px !important;}”][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=”” css=”.vc_custom_1693474165384{margin-top: 32px !important;}”][vc_column_inner][vc_column_text]

3. ผิวผสม (Combination Skin)

 

[/vc_column_text][vc_column_text css=”.vc_custom_1693475150488{margin-top: 8px !important;}”]

ผิวผสม คือ?

[/vc_column_text][vc_column_text]

ผิวผสมสภาพผิวจะมีความแตกต่างกันในบริเวณที่เป็น T-zone และ บริเวณแก้ม
ลักษณะของผิวผสมจำแนกได้จาก:

  • มันบริเวณทีโซน (หน้าผากคางและจมูก)
  • รูขุมขนขยายใหญ่ขึ้นในบริเวณนี้อาจจะมีสิ่งสกปรกอุดตัน
  • ปกติบริเวณแก้มจะแห้ง

สาเหตุของผิวผสม

บริเวณที่มีผิวมันของผิวผสม เกิดจากการผลิตน้ำมันที่มากเกินไป ส่วนบริเวณที่ผิวแห้งเกิดจากการขาดน้ำมัน และสมดุลไขมันผิดปกติ

[/vc_column_text][vc_single_image image=”732″ img_size=”full” alignment=”center” onclick=”link_image” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693475111092{margin-top: 32px !important;}”][vc_column_text]

ผิวมันบริเวณ T-Zone (หน้าผากคางและจมูก) และผิวแห้งบริเวณแก้มบ่งบอกถึงผิวผสม

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=”” css=”.vc_custom_1693474165384{margin-top: 32px !important;}”][vc_column_inner][vc_column_text]

4. ผิวมัน (Oily Skin)

 

[/vc_column_text][vc_column_text css=”.vc_custom_1693475304321{margin-top: 8px !important;}”]

ผิวมัน คือ?

[/vc_column_text][vc_column_text]

“ผิวมัน” ใช้เพื่ออธิบายสภาพผิวที่มีการผลิตความมันในปริมานที่มากเกินไป หรือที่เรียกว่า seborrhea

ผิวมันมีลักษณะดังต่อไปนี้:

  • รูขุมขนกว้างมองเห็นได้อย่างชัดเจน
  • ผิวเงา มันวาว
  • ผิวดูหนา อาจมองเห็นเส้นเลือดไม่ชัดเจน

 

ผิวมันมีแนวโน้มที่จะเกิดสิวอุดตัน (Comedones; สิวหัวดำและสิวหัวขาว) รวมถึงสิวประเภทอื่นๆ
ในกรณีที่เป็นสิวระดับไม่รุนแรง (Mild Acne) จะพบสิวอุดตัน(Comedones) ปรากฏบนใบหน้า และบ่อยครั้งที่คอไหล่หลัง และหน้าอก
ในกรณีที่เป็นสิวในระดับปานกลาง (Moderate Acne) และสิวรุนแรง(Severe Acne) จะพบสิวอักเสบขนาดเล็กที่ไม่มีหัวสีขาวหรือสีดำ(ที่เรียกว่า “Papules”) และ สิวขนาดกลางที่มีจุดสีขาว หรือสีเหลืองเห็นได้ชัดเจนที่จุดศูนย์กลาง(ที่เรียกว่า “Pustules”) ปรากฏขึ้น และผิวจะกลายเป็นสีแดง เนื่องจากมีการอักเสบเกิดขึ้น

[/vc_column_text][vc_single_image image=”733″ img_size=”full” alignment=”center” onclick=”link_image” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693475340395{margin-top: 32px !important;}”][vc_column_text]

ผิวมันสามารถพิจารณาได้จากรูขุมขนที่มีขนาดใหญ่และมองเห็นได้ชัดเจน

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=”” css=”.vc_custom_1693474658104{margin-top: 48px !important;}”][vc_column_inner][vc_column_text]

ผลิตภัณฑ์ ครีมกันแดด Heliocare 360 ที่เหมาะกับสภาพผิวผสมและผิวมัน คือ

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=”” css=”.vc_custom_1693474165384{margin-top: 32px !important;}”][vc_column_inner][vc_column_text]

1.ส่วนคนที่เป็นสิว แนะนำสูตร Heliocare 360 Gel Oil Free เพราะตัวนี้ช่วยต่อต้านการเกิดสิว ควบคุมความมัน และต้านเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว ตัวนี้เป็นเจลเนื้อแมทที่มีความบางเบา เหมาะสำหรับคนผิวมันและผิวผสม

[/vc_column_text][vc_single_image image=”734″ img_size=”large” alignment=”center” onclick=”link_image” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693552156032{margin-top: 32px !important;margin-bottom: 32px !important;}”][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=”” css=”.vc_custom_1693474165384{margin-top: 32px !important;}”][vc_column_inner][vc_column_text]

5.ผิวแพ้ง่าย (Sensitive Skin)

 

[/vc_column_text][vc_column_text]

ผิวแพ้ง่ายเป็นผิวที่มีลักษณะระคายเคืองง่ายและบอบบางมากๆ อ่อนไหวง่ายกับสิ่งต่างๆที่สัมผัสผิวหน้า  เช่น ฝุ่นควัน แสงแดด  กระดาษทิชชู่ เครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิวต่างๆ  ผิวประเภทนี้จะมีปัญหาแพ้ง่าย ผิวมีสีแดง มีโอกาสระคายเคืองต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้กับผิวหน้า มักเกิดอาการผิวแห้งลอก ผิวหน้าตึง ผิวหน้าเป็นผื่นแดง แสบคัน อักเสบได้ง่าย

สำหรับปัญหาผิวบอบบางแพ้ง่ายนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีวิธีการแก้ไขหรือรักษาผิวแพ้ง่ายให้หายขาด แต่ก็มีวิธีที่จะควบคุมและจัดการกับอาการต่างๆของผิวแพ้ง่ายได้ ถ้าหากเข้าใจสาเหตุของปัญหาว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และอะไรเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ ก็จะช่วยให้เราสามารถควบคุมอาการผิวแพ้ง่ายได้ดียิ่งขึ้น

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=”” css=”.vc_custom_1693474658104{margin-top: 48px !important;}”][vc_column_inner][vc_column_text]

ผลิตภัณฑ์ ครีมกันแดด Heliocare 360 ที่เหมาะกับสภาพผิวแพ้ง่าย

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=”” css=”.vc_custom_1693475607040{margin-top: 32px !important;margin-bottom: 48px !important;}”][vc_column_inner][vc_column_text]

1. Heliocare 360 Pediatrics Mineral  กันแดดสูตรอ่อนโยน เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย เนื้อสัมผัสนุ่มดุจใยไหม บางเบาเกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ อ่อนโยน และสามารถปกป้องผิวจากแสงได้ครบทุกรังสี

[/vc_column_text][vc_single_image image=”735″ img_size=”large” alignment=”center” onclick=”link_image” qode_css_animation=”” css=”.vc_custom_1693552163106{margin-top: 32px !important;margin-bottom: 32px !important;}”][vc_column_text]

และทั้งหมดก็คือ ข้อมูลของความแตกต่างของผิวแต่ละประเภท และการเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดแต่ละสูตร ให้เหมาะกับผิวแต่ละแบบ การแนะนำวิธีเลือกเนื้อกันแดดนี้ เป็นการแนะนำเบื้องต้นตามสภาพผิวและกลุ่มเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวนั้นๆ (ตาม รูป Reference) ทั้งนี้ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ใช้

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][/vc_column][/vc_row]