รังสี UVA และ UVB อันตรายใกล้ตัวที่คาดไม่ถึง

รังสี UVA

[vc_row css_animation=”” row_type=”row” use_row_as_full_screen_section=”no” type=”full_width” angled_section=”no” text_align=”left” background_image_as_pattern=”without_pattern” css=”.vc_custom_1693478790415{margin-bottom: 40px !important;}” z_index=””][vc_column][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=””][vc_column_inner][vc_column_text]

 

“รังสี UVA และ UVB อันตรายใกล้ตัวที่คาดไม่ถึง

 

รังสี UVA UVB คือ คลื่นรังสีแสงยูวีในแสงแดดที่พบเจอในช่วงกลางวันโดยทั่วไป หากได้รับรังสีนี้มากเกินไป อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของผิวหนังในระยะยาว ดังนั้นในบทความนี้จะมาเล่าถึงว่า รังสี UVA UVB คืออะไร UVA UVB อันตรายหรือไม่ แล้วจะมีวิธีป้องกันตัวจาก UVA UVB อย่างไร รวมถึงแนะนำถึงผลิตภัณฑ์ที่สามารถป้องกันอันตรายจากแดดค่ะ

 

รังสีUVA UVB คืออะไร

 

รังสีUVA คือ รังสีอัลตราไวโอเลตประเภทที่ยาวที่สุด เรียกได้ว่าเป็นศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของผิวหนังก็ว่าได้ โดยแฝงตัวมากับแสงแดดและสามารถทะลุผ่านชั้นผิวหนังกำพร้า ไปถึงชั้นผิวหนังแท้ได้ โดยรังสีUVA คือรังสีที่มีอยู่ตลอดทั้งปีในทุกฤดูกาล ซึ่งสามารถทะลุผ่านเมฆ รวมถึงหน้าต่างได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือต้องปกป้องผิวของคุณแม้ในวันที่มีเมฆมากหรืออยู่ในร่ม เพราะถ้าหากผิวได้รับรังสีUVA ในปริมาณมากก็ย่อมที่จะเกิดความหมองคล้ำ และทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นเนื่องจากความยืดหยุ่นของเซลล์ผิวลดลง เกิดริ้วรอยก่อนวัย และร้ายแรงที่สุดคือเกิดอนุมูลอิสระในผิวหนัง ที่อาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในระยะยาวได้อีกด้วย

นอกจากUVA แล้ว ยังมีรังสี UVB แต่ถึงแม้รังสี UVB จะเป็นมีความยาวคลื่นสั้นกว่า และส่วนใหญ่ก็ถูกสกัดกั้นโดยชั้นบรรยากาศ ทำให้ตกกระทบสู่พื้นโลกเพียง 0.1% ของแสงทั้งหมดเท่านั้น ทำให้เมื่อสัมผัสกับผิว รังสี UVB จะไม่สามารถทะลุเข้าสู่ชั้นผิวได้ลึกเท่ากับรังสีUVA แต่อย่างไรก็ตาม UVB ก็เป็นศัตรูที่ทำร้ายผิวได้เช่นกัน โดยหากได้รับในปริมาณมากจะส่งผลให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น เกิดอาการแสบร้อน แดง ไหม้เกรียม รู้สึกแสบผิว และเกิดรอยดำได้

 

ความแตกต่างและอันตรายของรังสีUVA UVB

 

รังสีUVA และ UVB คือ รังสีอัลตาไวโอเลตที่ส่งผลทำให้สุขภาพผิวหมองคล้ำ จนไปถึงก่อให้เกิดโรคผิวหนังต่างๆได้ และUVA UVB ต่างกันอย่างไร มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้รังสีสองชนิดนี้มีผลต่อการดำเนินชีวิตของคนในยามกลางวันบ้าง

 

UVA

 

  • เป็นรังสีที่มีความยาวสูงสุด แต่พลังงานต่ำกว่า UVB สามารถทะลุเข้าถึงชั้นผิวหนังกำพร้าและหนังแท้ได้
  • เป็นรังสีที่โดนทะลุผิวหนังได้ทุกที่ ๆ มีแสงแดดเข้าถึง ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้กำแพงกระจกบนอาคารส่วนไหน รังสีนี้สามารถทะลุเข้าถึงรูขุมขนของเนื้อผิวได้ในช่วงเวลากลางวัน
  • ก่อให้เกิด สภาพผิวหนัง หม่นหมอง ผิวคล้ำ ฝ้ากระจุดด่างดำ บริเวณใบหน้าเหี่ยว ตีนกาขึ้นก่อนวัยอันควร
  • ทำร้ายลึกถึงชั้นผิวที่มีคอลลาเจนและอีลาสติน จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวเกิดปัญหาริ้วรอย ผิวหนังเหี่ยวย่น ที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัยจึงควรบำรุงผิวที่ช่วยป้องกันแสงแดดและบำรุงลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ก็จะช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากรังสี UVA ได้

 

UVB

 

  • มีความยาวรัศมีที่สั้นกว่าUVA แต่เป็นรังสีที่มีพลังงานสูงกว่า สามารถทะลุเข้าถึงผิวหนังชั้นกำพร้าได้เท่านั้น
  • ไม่สามารถทะลุเข้าผ่านกระจกบนอาคารได้
  • ก่อให้เกิด ผิวไหม้แดด เป็นรอยคล้ำดำบางบริเวณที่ถูกอาบรังสีชนิดมากเกินไปและอาจส่งผล DNA ใต้หนังกำพร้าแปรสภาพเป็นเซลล์มะเร็งผิวหนังในอนาคต
  • ไม่สามารถทะลุเข้าถึงชั้นผิวชั้นคอลลาเจนและอีลาสติน ถึงไม่ทำให้ผิวดูเหี่ยวย่น แต่รังสี UVB มีพลังงานมาก เมื่อตกกระทบผิวจะก่อให้เกิดปัญหาผิวอย่าง ผิวโดนแดดเผา ผิวหนังไหม้เกรียม ทีทำให้รู้สึกแสบผิวและรอยดำจากแดดได้ จึงต้องป้องกันผิวให้ได้รับ UVB น้อยที่สุด เช่นหลีกเลี่ยงแสงแดด และทากันแดดที่ป้องกันรังสี UVB ด้วยค่ะ

 

การได้รับรังสี UV ทำให้เกิดความเสียหายในระดับเซลล์และ DNA จากการโดนแสงแดดจะเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่วินาที ซึ่งหมายถึงแค่คุณเดินไปที่รถในช่วงบ่ายที่แดดจัดก็อาจเป็นอันตรายได้มากกว่าที่คิด ผลงานวิจัยที่มีการเผยแพร่พบว่าความเสียหายจากการได้รับแสงแดดระยะสั้น ๆ อาจมีผลต่อเนื่องนานนับชั่วโมงหลังจากที่เกิดปฏิกิริยาขึ้นแล้ว

การได้รับรังสี UV โดยไม่มีการป้องกันจะทำให้เกิดอนุมูลอิสระที่ผิวของคุณ อนุมูลอิสระคือโมเลกุลที่ไม่เสถียรที่จะรบกวนเซลล์ที่แข็งแรง ทำให้เครือข่ายการตอบสนองของเซลล์ได้รับความเสียหาย ในกรณีที่รุนแรง อนุมูลอิสระอาจเข้าไปเปลี่ยนส่วนประกอบทางพันธุกรรมของเซลล์และทำให้เกิดมะเร็ง และเป็นสาเหตุว่าทำไมมะเร็งผิวหนังจึงมีความเสี่ยงสูงในประเทศที่ผู้คนมีผิวขาวและต้องเผชิญกับแสงแดดที่รุนแรง แต่เราสามารถปกป้องตัวเองจากแสงแดดได้ง่าย ๆ ต่อไปนี้เป็นวิธีป้องกันผิวจากแสงแดด

 

การเลือกซื้อครีมกันแดดเพื่อป้องกันรังสี UVA และ UVB

 

สำหรับคนที่เคยเลือกซื้อครีมกันแดดด้วยตัวเอง น่าจะคุ้นเคยกับตัวย่อ SPF หรือไม่ก็ PA++ ที่หมายถึงระบบการให้คะแนนคุณภาพมาตรฐานครีมกันแดด (Sunscreen Rating Systems)

ค่า SPF ย่อมาจาก Sun protection factor บอกประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVB

ค่า PA ย่อมาจาก Protection grade of UVA บอกประสิทธิภาพในการป้องกันรังสีUVA

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ค่า SPF และ PA  คลิกเลย!! https://www.cantabrialabsthai.com/sunscreen-2-2/

 

ผลิตภัณฑ์กันแดด HELIOCARE

 

นวัตกรรม  Fernblock Technology  ที่ปกป้องผิวลึกถึงระดับภูมิคุ้มกันภายใน เป็นแบรนด์ที่ปกป้องแสงได้ทุกรังสีUVA, UVB, visible light  infrared นอกจากนี้ยังเป็น strong antioxidant & anti-aging และ anti-pollution ป้องกันฝุ่น pm2.5 พิสูจน์ประสิทธิภาพกันแดดที่ได้ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ระดับนานาชาติ https://www.cantabrialabsthai.com/heliocare/

จะเห็นได้ว่าการเลือกครีมกันแดดเป็นสิ่งที่เราต้องเลือกให้ดี เพราะนอกจากจะต้องเลือกการป้องกันที่เหมาะสำหรับผิวและการออกแดดแล้วยังต้องเลือกค่า PA และค่า SPF ที่เหมาะสำหรับการออกแดดในแต่ละวันด้วย เลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ เพื่อที่จะได้มีผลิตภัณฑ์กันแดด ที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสีUVA/UVB และช่วยให้มีผิวสุขภาพดีอยู่เสมอนั่นเองค่ะ

ผิวแพ้ง่าย คืออะไร วิธีการดูแลและป้องกันผิวแพ้ง่าย

ผิวแพ้ง่าย

[vc_row css_animation=”” row_type=”row” use_row_as_full_screen_section=”no” type=”full_width” angled_section=”no” text_align=”left” background_image_as_pattern=”without_pattern” css=”.vc_custom_1693478790415{margin-bottom: 40px !important;}” z_index=””][vc_column][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=””][vc_column_inner][vc_column_text]

“ผิวแพ้ง่ายคืออะไร วิธีการดูแลและป้องกันผิวแพ้ง่าย

 

ผิวแพ้ง่าย (Sensitivity Skin)

ผิวแพ้ง่าย คือ สภาวะที่ผิวไวต่อสิ่งรบกวนภายนอก โดยเฉพาะสารเคมีและสภาพอากาศ ทำให้เกิดผื่นแดง ตุ่มนูน รู้สึกคัน แสบ หรือมีผิวลอกได้ ซึ่งบางครั้งก็เกี่ยวเนื่องกับความแห้งกร้านและรอยแดง ผิวประเภทใดๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม สามารถกลายเป็นผิวที่บอบบางมีแนวโน้มระคายเคืองง่ายได้เช่นกัน ลักษณะอาการของผิวที่บอบบางมีแนวโน้มระคายเคืองง่ายอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หรืออาจเกิดจากปัจจัยเฉพาะต่างๆ ทั้งจากภายในและภายนอก

 

ปัจจัยภายในและภายนอกที่ทำให้เกิดปัญหาผิว

 

 ปัจจัยภายใน :

 

  1. พันธุกรรม
    พันธุกรรมของครอบครัว เพราะความแพ้ง่ายสามารถถ่ายทอดผ่านพันธุกรรม

  2. การปรับสภาวะภายใน
    สภาวะทางสุขภาพ เช่น ปัญหาฮอร์โมน, แบคทีเรีย, และสารอาหารสามารถมีผลในการเกิดสิวและการแพ้ง่าย

  3. การดื่มน้ำ
    การดื่มน้ำไม่เพียงแต่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นแต่ยังช่วยสะสมพิษออกจากร่างกายและช่วยลดการอักเสบในผิวหน้า

 

ปัจจัยภายนอก :

 

  1. การใช้ผลิตภัณฑ์
    การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมี สามารถทำให้ผิวแพ้ง่ายและเสี่ยงต่อการอักเสบ

  2. แสงแดด
    เมื่อโดนแสงแดดมากเกินไปอาจทำให้ผิวแพ้ง่าย และเสี่ยงต่อการเสียหายจากรังสี UV

  3. อากาศมลภาวะ
    อากาศมลภาวะและสิ่งสกปรกในสิ่งแวดล้อมอาจทำให้ผิวแพ้ง่ายและติดเชื้อ

 

ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายมักมีปัญหาสิว คือสภาวะที่ผิวหน้ามีการอักเสบของต่อมน้ำมันในผิวหน้า ซึ่งอาจเกิดจากการสะสมเชื้อแบคทีเรียหรือคอเมโดนที่อุดตันในหมู่ผิวต่ำ การดูแลผิวอย่างอ่อนโยนและควบคุมการอักเสบในผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการกับสิวในผิวแพ้ง่าย

เมื่อรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ผิวแพ้ง่ายหรือผิวบอบบางกันไปแล้ว สำหรับปัจจัยภายในนั้นอาจเป็นเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ แต่เราก็สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยภายนอกต่างๆที่ทำให้เกิดผิวบอบบางแพ้ง่ายได้และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่อาจจะกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ ดังนี้

 

  1. การรักษาความสะอาดของผิวหน้าอยู่เสมอ
    ไม่ว่าจะเป็นความสะอาดของผิวที่ต้องทำการเช็ดล้างเครื่องสำอางและสิ่งตกค้างให้สะอาดหมดจดเป็นประจำทุกวัน รวมถึงความสะอาดของเครื่องใช้ส่วนตัว เช่น ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว หรือแม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือ  เพราะสิ่งเหล่านี้มีโอกาสสัมผัสกับผิวหน้าของเรา ถ้าสิ่งเหล่านี้สกปรกก็อาจทำให้เกิดผื่นคันหรือสิวได้ทั้งนั้น

  2. การล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ
    ไม่ควรใช้น้ำร้อนเกินไปสำหรับการล้างหน้า เพราะจะทำให้ความสมดุลของผิวถูกชะล้างออกมากเกินไป และไม่ควรล้างหน้าบ่อยครั้งเกินไป แค่เพียง 2 ครั้งต่อวัน (เช้า-เย็น) ก็เพียงพอแล้ว

  3. การหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดหน้าแรง ๆ
    หลังล้างหน้าทุกครั้งควรเช็ดและซับหน้าอย่างเบามือ และห้ามแคะ แกะ บีบ เกา เพราะจะเป็นการกระตุ้นผิวหนังให้ระคายเคืองได้

  4. การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ
    ผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ไม่ว่าจะเป็นเซรั่มหรือเอสเซ้น ที่ได้รับการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังแล้วว่าอ่อนโยนกับผิวปราศจากแอลกอฮอล์ ปราศจากน้ำหอม ปราศจากสารแต่งสีและกลิ่น ปราศจากพาราเบน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองผิว

  5. การปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน
    แนะนำให้เลือกใช้เอสเซ้นส์หรือ เซรั่ม ที่เติมเต็มและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว แต่ทว่ายังคงความอ่อนโยนกับผิวบอบบางแพ้ง่าย

  6. ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน 
    ความสำคัญของครีมกันแดดผิวแพ้ง่ายอย่าลืมทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เพราะรังสี UV สามารถกระตุ้นให้ผิวอักเสบได้ง่ายยิ่งขึ้น ทำให้ผิวหมองคล้ำ รวมทั้งยังเป็นสาเหตุหนึ่งของสิวผดอีกด้วยดังนั้น จึงต้องทาครีมกันแดดเสมอ โดยเราควรเลือกใช้ครีมกันแดดเนื้อบางเบาที่เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายด้วย

  7. การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
    การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีสารอาหารครบถ้วนเป็นเรื่องสำคัญมาก พร้อมเสริมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซี รวมถึงควรพักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส อารมณ์ไม่ตึงเครียด

        ถึงแม้ปัญหาผิวบอบบางแพ้ง่าย จะไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่ วิธี ดูแล ผิว หน้า เหล่านี้ก็สามารถช่วยฟื้นฟูให้ผิวที่อ่อนแอค่อยๆแข็งแรงขึ้นได้ ที่สำคัญต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อ่อนโยน เหมาะกับสภาพผิวบอบบาง ก็จะยิ่งทำให้การดูแลรักษาผิวบอบบางแพ้ง่ายนี้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

 

ผลิตภัณฑ์กันแดด Heliocare ที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย

Heliocare360° Pediatrics Mineral (สามารถใช้ได้กับทารกตั้งแต่ 3 เดือน ขึ้นไป)

กันแดดสูตรอ่อนโยน สำหรับผิวหน้าและผิวกาย

 

  • ปกป้องผิวลูกน้อยจากแสง UVA, UVB, แสงสีฟ้าและความร้อน  ด้วย 100% Mineral filters

  • ปกป้องเซลล์ผิวอันบอบบางด้วย Genoprotect

  • ช่วยปกป้องเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวด้วย Niacinamide 2%

  • ปกป้องและซ่อมแซมผิวได้ถึงระดับเซลล์และ DNA ด้วย Fernblock + Powerful Photoimmunoprotection

  • ปกป้องผิวจากมลภาวะ (Anti-Pollution Activity) PM2.5 ด้วย “Fernblock plus+ Protection”

  • กันน้ำ กันทราย (ไม่ทำให้ลดประสิทธิภาพการกันแดด)

  • อ่อนโยน เหมาะกับทุกสภาพผิว ผิวแพ้ง่าย

  • ทาได้ทั้งบนผิวเปียก และผิวแห้ง

 

 

 

Heliocare360° Pediatrics Transparent Spray (สามารถใช้ได้กับเด็กตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป)

สเปรย์กันแดดผิวกายสำหรับเด็กสูตรอ่อนโยน ผิวแพ้ง่าย

 

  • สามารถใช้ได้ในเด็กตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย

  • ปราศจากพาราเบน ปราศจากน้ำหอม

  • ปกป้องผิวลูกน้อยจากแสง UVA, UVB, แสงสีฟ้า และความร้อน ด้วยเทคโนโลยีแอโรซอล

  • อณูเล็ก แห้งรู้สึกสบายตัว กันน้ำ กันทราย (ไม่ทำให้ลดประสิทธิภาพการกันแดด)

  • ใช้ได้กับทุกกิจกรรมกลางแจ้ง ทาได้ทั้งผิวเปียก (Wet Skin) และผิวแห้งไม่เหนียวเหนอะหนะ

  • รับรองโดยแพทย์ผิวหนัง กุมารแพทย์ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

  • เพิ่มความชุ่มชื้นแข็งแรงให้กับผิวปกป้องเซลล์ผิวอันบอบบางซ้อมแซม DNA ด้วย Giycosylase อ่อนโยนเหมาะกับผิวทุกชนิด ไม่ระคายเคือง ป้องกันผิวจากมลภาวะ PM2.5 ด้วย “Fernblock Plus+ Protection”

 

ถึงแม้จะมีผิวแพ้ง่าย แต่การทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะรังสียูวีในแสงแดดเป็นตัวการร้ายที่ทำให้ผิวแพ้ง่ายเกิดปัญหาผิวต่างๆได้ ไม่อย่างนั้น หน้าเราจะยิ่งแสบ ยิ่งแดง อ่อนแอลงเรื่อยๆ เพราะโดนแดดทำร้ายทุกวัน ใช้อะไรก็จะยิ่งแพ้หนักกว่าเดิม