แสง UV บนเครื่องบินอันตรายกว่าที่คิด

[vc_row css_animation=”” row_type=”row” use_row_as_full_screen_section=”no” type=”full_width” angled_section=”no” text_align=”left” background_image_as_pattern=”without_pattern” css=”.vc_custom_1693478790415{margin-bottom: 40px !important;}” z_index=””][vc_column][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=””][vc_column_inner][vc_column_text]

“UV บนเครื่องบินอันตรายกว่าที่คิด

 

แสง UV

 

ถึงแม้ว่าการเดินทางโดยเครื่องบินจะไม่ต้องสัมผัสแสงแดดโดยตรง หรือบางคนก็เดินทางตอนกลางคืนซึ่งไม่เจอแสงแดดอยู่แล้ว ทำให้หลายคนเมินขั้นตอนการป้องกันผิวโดยใช้ครีมกันแดดไป แต่จริง ๆ แล้วครีมกันแดดไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ช่วยป้องกันผิวจาก แสง UV เท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันผิวจากแสงไฟต่าง ๆ บนเครื่องบินที่อาจจะทำร้ายผิวได้ ดังนั้นเราจึงขอแนะนำให้ทากันแดดก่อนที่จะต้องเดินทางโดยเครื่องบินทุกครั้ง เพื่อช่วยป้องกันผิวแห้งกร้านและถูกทำลายนั่นเอง

 

แสง UV

 

ใครที่เดินทางโดยสารด้วยเครื่องบินบ่อย ๆ ต้องระวังนะคะ เพราะรังสี UV ร้ายกว่าที่คิด จริงอยู่ที่กระจกเครื่องบินสามารถกันรังสี UV ได้ แต่ความจริงแล้วแค่บางส่วน โดย สามารถสกัดกั้น รังสี UVB ที่อยู่ในแสงแดดได้ แต่ไม่สามารถสกัดกั้นรังสี UVA ได้และยิ่งบินในระดับที่สูงมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้ความเข้มของรังสี UV สามารถเข้ามาทำร้ายผิวผ่านหน้าต่างมากขึ้น โดยเฉพาะ UVA1 หรือ อาจเรียกว่า Long UVA ซึ่งมีความยาวคลื่นมากกว่า UVA2 และ UVB ตามลำดับ

 

แสง UV

 

โดยพบว่า Long UVA สามารถทะลุทะลวงสู่โลกได้ถึง 80% ของรังสียูวีทั้งหมด และ Long UVA ก็จัดอยู่ในกลุ่ม UVA

ซึ่งมีผลดังนี้

  • สามารถทะลุผิวหนังลงได้ลึกถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) ได้มากกว่า UVB ถึง 100 เท่า
  • กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาในผิว เช่น การสร้างสารอนุมูลอิสระ Reactive oxygen species (ROS) มากขึ้น
  • สามารถทำลาย DNA ของเซลล์ผิวโดยการเกิด Oxidative stress
  • ส่งผลทำร้ายต่อผิวหนังตามมาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่ การทำให้เกิด Aging เซลล์ผิวเสื่อมสภาพ ริ้วรอย และจุดด่างดำ

 

และนอกจากนั้น ในขณะที่เครื่องบินลอยอยู่บนอากาศจะมีความชื้นต่ำ อากาศภายในห้องเครื่องจึงดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวเรา ส่งผลทำให้ผิวแห้งขึ้น ดังนั้น เมื่อเราต้องเดินทางโดยเครื่องบิน การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก

 

แสง UV

 

รังสี UVA เป็นสาเหตุให้ผิวแก่ก่อนวัยในขณะที่รังสี UVB อาจจะทำให้ผิวไหม้และสีคล้ำขึ้น รังสีทั้งสองเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง รังสี Long UVA นี้เป็นกลุ่มย่อยของรังสี UVA ที่มีความสามารถในการทำลายชั้นผิวหนังได้ลึกเป็นพิเศษและส่งผลให้เกิดจุดด่างดำ การแพ้แดด และริ้วรอย การป้องกันที่มีประสิทธิภาพควรสามารถกรองได้ทั้งรังสี UVA, UVB และ รังสี UVA ที่มีช่วงคลื่นยาว

 

โดยวิธีการเลือกซื้อกันแดดที่เหมาะกับการนั่งเครื่องบิน มีดังนี้

 

  1.  สามารถปกป้องแสงได้ทุกรังสี โดยเฉพาะ แสง UV ควรได้ทั้ง UVB UVA และ LONG UVA(UVA1)
  2. ควรเลือกสูตรกันแดดที่ออกแบบมาเพื่อป้องกัน การเกิด Skin Aging โดยเฉพาะ
  3. เลือกกันแดดที่มีสารเดิมความชุ่มชื้นให้กับผิว เช่น สาร Hyaluronic acid เหมาะมากสำหรับใช้ในเครื่องบิน

 

แสง UV

 

TINOSORB A2B หรือ Tris-Biphenyl Triazine (nano)

สารกันแดดประสิทธิภาพสูง เป็นตัวกรองรังสี UV นวัตกรรมใหม่ ที่ให้การปกป้องในช่วงกว้างทั้งรังสี UVB & UVA ได้อย่างคลอบคลุม มีประสิทธิภาพในการกัน UV ที่ทรงประสิทธิภาพมาก และมีคุณสมบัติในการปกป้องกว้างไปถึงช่วง HEV/BLUE LIGHT อีกด้วย

 

แสง UV

 

Triple Anti-aging Complex นวัตกรรมลดเลือนริ้วรอยชะลอวัย Serine หรือ ซีรีน เป็นกรดอะมิโนที่ช่วยกระตุ้นการสร้าง Hyaluronic Acid

Hyaluronic Acid (HA) หรือ กรดไฮยาลูโรนิก เติมน้ำให้ผิว มีคุณสมบัติเด่นเป็นสารอุ้มน้ำ ช่วยให้ผิวหนังสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ ส่งผลให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้นและเต่งตึง TREHALOSE สามารถปกป้องเซลล์จากการถูกทำร้ายโดยการ form ตัวเองเป็นเยื่อหุ้มเซลล์ด้านนอก ช่วยเสริมความแข็งแรงของ Skin barrier นอกจากนี้ Trehalose ยังเป็นสารที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแบบ Humectant คือสามารถดึงน้ำจากรอบข้างเข้าหาตัวเพื่อกักเก็บ ทำให้เซลล์ผิวอิ่มน้ำส่งผลให้ผิวอิ่มฟูเต่งตึง ทำให้รักษาความชุ่มชื้นให้ได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น

แสง UV

 

Heliocare 360 Age active Fluid

สามารถปกป้องแสงได้ทุกรังสี (UVB, UVA, Visible light และ IR) มี filter พิเศษ ช่วยป้องกันรังสี UVA และ UVA1 ทั้งยังมีสารให้ความชุ่มชื้น Hyaluronic acid เหมาะสำหรับใช้บนเครื่องบิน

✅ปกป้องผิวจากแสงครบทุกรังสี (รวมถึงแสงสีฟ้า) UVA, UVB, HEVL, IR

✅Tinosorb A2B และ Uvinul A plus สารกันแดดประสิทธิภาพสูงปกป้องผิวจาก UVA รวมไปถึง UVA1

✅ปกป้องผิวผิวด้วยสารกันแดดแบบ Hybrid Filters และ Fernblock สารกันแดดสกัดจากธรรมชาติ (Biological Filter)

✅ปกป้องผิวจาก Visible Light ด้วยสารกันแดด Iron Oxide ผสานกับ Fernblock technology ช่วยเสริมประสิทธิภาพการกันแสงสีฟ้าได้ดียิ่งขึ้น

✅ปกป้องเซลล์ผิว ซ่อมแซม DNA ด้วย GLYCOSYLASE

✅เมื่อใช้ก่อนแต่งหน้า ช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใสและเรียบเนียน

✅ลดเลือนริ้วรอยด้วย SOFT FOCUS COMPLEX

✅Non Comedogenic

✅Suitable for sensitive skin

✅Water & Sweat resistant

การทาครีมกันแดดควรทาก่อนออกแดด 15 – 30 นาที เพราะจะทำให้ครีมกันแดดซึมเข้าผิวของเรา

และทำให้มีประสิทธิภาพกันแดดเพิ่มขึ้น และควรทากันแดด ทุก 2 ชั่วโมง

 

อย่างไรก็ตาม การได้รับรังสี UVA เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อผิวหนังได้ เกิดริ้วรอยก่อนวัย และเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนังได้ ดังนั้น การเลือกใช้ครีมกันแดด ร่วมกับการป้องกันในส่วนอื่นๆ เมื่อเราต้องเดินทางโดยเครื่องบิน หรือไม่ว่าจะกิจกรรมไหน ๆ วันที่ต้องเจอแดดจัด หรือแม้กระทั้งวันที่พักผ่อนอยู่ในบ้านเราก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด เพื่อการปกป้องผิวจากแสงรังสีต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว เช่น หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์, โทรทัศน์, หรือจอคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

 

 

 

ครีมกันแดดดูแค่ค่า SPF หรือ UVA-PF ไม่เพียงพอ!!

[vc_row css_animation=”” row_type=”row” use_row_as_full_screen_section=”no” type=”full_width” angled_section=”no” text_align=”left” background_image_as_pattern=”without_pattern” css=”.vc_custom_1693478790415{margin-bottom: 40px !important;}” z_index=””][vc_column][vc_row_inner row_type=”row” type=”full_width” text_align=”left” css_animation=””][vc_column_inner][vc_column_text]

“รู้หรือไม่? ซื้อครีมกันแดดดูแค่ค่า SPF หรือ UVA-PF ไม่เพียงพอ!!

 

 

Expert Recommendations on the Evaluation of Sunscreen Efficacy and the Beneficial Role of Non-filtering Ingredients

           คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการประเมินประสิทธิภาพของครีมกันแดดและคุณประโยชน์จากส่วนผสมที่ไม่มีการกรอง
จากวารสารวิชาการ frontiers in medicine การวิจัยต้นฉบับ เผยแพร่ : 31 มีนาคม 2022 doi:10.3389/fmed.2022.790207

 

 

 

 

เมื่อเดือนมีนาคม 2022 ที่ผ่านมา

          ได้มีการประชุมหารือกัน นำโดยกลุ่มแพทย์ผิวหนังชั้นนำของโลกเพื่อกำหนดแนวทางในการพิจารณาถึงประสิทธิภาพของครีมกันแดดใหม่ เนื่องจากครีมกันแดดมีการใช้กันอย่าง

แพร่หลายมากมาย แต่จำนวนของผู้ที่เกิดมะเร็งผิวหนังไม่ได้น้อยลง นั่นเป็นเพราะว่า คนส่วนใหญ่เลือกใช้ครีมกันแดดโดยอิงจากค่า SPF และ UV-PF เท่านั้น

โดย SPF และ UV-PF เป็นการวัดค่าในห้องทดลอง ซึ่งเมื่อนำมาใช้ในสภาวะจริง ที่มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ความชื้น เหงื่อออก หรืออื่นๆ ทำให้ความสามารถในการปกป้องผิวจาก

แสงแดดก็จะลดน้อยลง

 

 

          นอกจากนี้ ค่า SPF และ UV-PF แค่บ่งบอกถึงความสามารถในการป้องกันการแดง หรือการปกป้องการมีสีผิวคล้ำแบบยาวนานขึ้นเท่านั้น แต่ไม่ได้บ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการ

ปกป้องด้านอื่น เช่น การทำลาย DNA, Photoaging, กรทำลายภูมิคุ้มกันของผิว และการเกิดสีผิวคล้ำขึ้น

          ค่า SPF คือ ค่าความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสียูวีบี (UVB) ระบุค่าความสามารถเป็นตัวเลข

SPF 15 คือ ความสามารถในการปกป้องผิวจากอาการไหม้แดด มากกว่าผิวปกติ 15 เท่า
ความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสียูวีบี (UVB) ได้ 93.3%

SPF 30 คือ ความสามารถในการปกป้องผิวจากอาการไหม้แดด มากกว่าผิวปกติ 30 เท่า
ความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสียูวีบี (UVB) ได้ 96.7%

SPF 50 คือ ความสามารถในการปกป้องผิวจากอาการไหม้แดด มากกว่าผิวปกติ 50 เท่า
ความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสียูวีบี (UVB) ได้ 98%

 

          ค่า PA คือ ค่าระดับความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสียูวีเอ (UVA) ระบุค่าความสามารถเป็นจำนวนเครื่องหมายบวก (+)

PA + คือ ความสามารถในการปกป้องผิวจากความหมองคล้ำ ได้มากกว่าผิวปกติ 2-4 เท่า

PA ++ คือ ความสามารถในการปกป้องผิวจากความหมองคล้ำ ได้มากกว่าผิวปกติ 4-8 เท่า

PA +++ คือ ความสามารถในการปกป้องผิวจากความหมองคล้ำ ได้มากกว่าผิวปกติ 8-16 เท่า

PA ++++ คือ ความสามารถในการปกป้องผิวจากความหมองคล้ำ ได้มากกว่าผิวปกติ มากกว่า 16 เท่า

 

          แต่นั่นก็เพียงแค่ผลที่ได้จากการทดลองในห้องปฏิบัติการเท่านั้น ในชีวิตประจำวันประสิทธิภาพการป้องกันแสงแดดจะลดลงเมื่อผิวของเราเกิดการเสียดสี หรือต้องสัมผัสกับน้ำและเหงื่อ และยังมีในกรณีที่ใช้ครีมกันแดดในปริมาณที่ไม่เพียงพอ และไม่มีการทาซ้ำระหว่างวัน จึงทำให้ไม่สามารถได้รับการปกป้องผิวจากการทาครีมกันแดดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราควรทาครีมกันแดดซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมง

 

 

          PL leave หรือ สารสกัดจากใบเฟิร์นสายพันธุ์พิเศษ ดังเช่น Fernblock Technology ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Heliocare ได้รับการรับรองแล้วว่าช่วยต้านอนุมูลอิสระ

ป้องกันการทำลาย DNA ลดการอักเสบ และปกป้องภูมิคุ้มกันผิว ทำให้ผลิตภัณฑ์ Heliocare เป็นครีมกันแดดที่ปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากที่สุดตัวนึง

 

 

 

ภัยเงียบจากแสงแดด ที่มีผลทำร้ายผิว

       UVB

              ทำให้เกิดผื่นแดง เกิดการกดภูมิคุ้มกัน เกิดความเสียหายทำลาย DNA

       UVA

              เพิ่มอนุมูลอิสระ ความแก่ของผิวก่อนวัยที่เกิดจากแสงแดด โรคแพ้แสง การกดภูมิคุ้มกัน เกิดความเสียหายทำลาย DNA

       HVEL

              ผิวหมองคล้ำ เม็ดสีเพิ่มขึ้น ผิวหนังอักเสบจากแสง การปะทุของแสงแบบ Polymorphic โรคลมพิษจากแสงแดด Porphyria โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง อาการไวต่อแสง

       IRA

              สร้าง ROS เพิ่ม MMP-1 ลดการสร้างคอลลาเจน กระตุ้นให้เกิดการตายของเซลล์

 

 

Heliocare ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดจากประเทศสเปน

แบรนด์อันดับ 1 ที่แพทย์ผิวหนังทั่วโลกเลือกใช้ จำหน่ายกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

 

 

🧑‍🔬คิดค้นโดย Dr. Fitzpatrick ปรมาจารย์ด้านวิทยาการแพทย์ผิวหนังสมัยใหม่ และทีมแพทย์จาก Harvard University ที่เชี่ยวชาญด้าน Photoprotection อย่างแท้จริง
มาตรฐานยุโรปด้วยการผลิตและควบคุมคุณภาพแบบยา โรงงานที่ได้รับ Certified GMP แบบยา และ FSC Certificate of Forestial Management กับโรงงาน Eco-Sustainable Center ที่ให้ความสำคัญกับการรักษ์โลกอย่างแท้จริง

 

       จุดเด่นที่แตกต่างจากกันแดดทั่วไป More than Sunscreen ที่ครีมกันแดดทั่วไปไม่มีคือ

Medical Photoimmunoprotection นวัตกรรม Fernblock technology ที่ปกป้องผิวลึกถึงระดับภูมิคุ้มกันภายใน

ปกป้องแสงได้ทุกรังสี UVA, UVB, visible light infrared     นอกจากนี้ยังเป็น Strong Antioxidant & anti-aging และ Anti-Pollution ป้องกันฝุ่น PM2.5

 

พิสูจน์ประสิทธิภาพกันแดดที่ได้ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ระดับนานาชาติว่าช่วยแก้ไข ฟื้นฟูผิวจากแสงแดดที่ทำลายลึก เพิ่มภูมิต้านทานผิวต่อแสงแดด

  • Erythema ป้องกันการอักเสบของผิว อาการแดงจากแสงแดดที่มาทำลายผิว
  • DNA Damage/Sunburn Cells ปกป้องผิวหนังได้ถึงระดับ DNA
  • Immunoprotection ช่วยปกป้อง Langerhan Cell (เซลล์ที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันผิวหนัง)
  •  Protection of Skin Architecture ป้องกัน Collagen ไม่ให้ถูกทำลาย ลด enzyme MMP-1 จึงเป็น Anti-aging ที่มีประสิทธิภาพสูง
  •  Pigmentation ช่วยลดเม็ดสี และการดำของผิวจากการกระตุ้นโดยแสงแดด

 

🌿Fernblock Technology

               นวัตกรรมลิขสิทธิ์หลักที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์กันแดด Heliocare เท่านั้น ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ Heliocare เป็นกันแดดที่แตกต่างจากกันแดดตัวอื่น ๆ และเป็นกันแดดที่ดีที่สุด Beyond Sunscreen with Heliocare

                   

 

  ดังนั้น การเลือกผลิตภัณฑ์กันแดด นอกจากจะดูค่า SPF และ UV-PF แล้ว เราจำเป็นต้องดูส่วนประกอบเพิ่มเติม

ที่ผสมอยู่ในครีมกันแดดที่เราเลือกใช้ ที่ส่งผลในการปกป้องผิวจากการทำลายของแสงแดดให้มีประสิทธิมากขึ้น ปกป้องและฟื้นฟูลึกถึงระดับเซลล์ DNA

ลดปัญหาการเกิดผิวแก่ก่อนวัย ริ้วรอย และรวมไปถึงลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งผิวหนัง